ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนที่ ๕ ศรีสุวรรณเกี้ยวนางแก้วเกษรา  (อ่าน 575 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ภพ-ภควา

*****

กำลังใจ: 169
กระทู้: 68


ยังคงอยู่


« เมื่อ: มกราคม 13, 2017, 01:11:59 pm »



ตอนที่ ๕
ศรีสุวรรณเกี้ยวนางแก้วเกษรา



✽ ฝ่ายพระนุชบุตรีกรุงกษัตริย์              มาถึงวังยังประหวัดถวิลหา
เห็นเจ้าพราหมณ์งามติดนัยน์ตามา         เข้าไสยายามค่ำยิ่งรำจวน
คิดสงสารป่านฉะนี้เจ้าพราหมณ์น้อย        จะอยู่คอยหรือจะไปเสียไกลสวน
เมื่อเดินมาพอพ้นต้นลำดวน                ทำแย้มสรวลเหมือนจะชวนจำนรรจา
เหตุจะไฉนไม่ตรัสหรือขัดข้อง             จะหนีน้องไปเสียแล้วกระมังหนา
เป็นพราหมณ์เทศพรหมจรรย์จรัลมา       หรือกษัตริย์ขัตติยาอยู่เมืองไกล
ทำปลอมแปลงแกล้งจูงมาดูน้อง           หรือจะต้องประสงค์ที่ตรงไหน
จะมาเดียวหรือจะมาด้วยข้าไท             จะกลับไปหรือจะอยู่ไม่รู้เลย
เสียดายนักหนักทรวงดวงสมร              สะอื้นอ้อนอิงแอบแนบเขนย
ไม่แต่งองค์ทรงเล่นเหมือนเช่นเคย        ลืมเสวยลืมสรงหลงรำพึง ฯ


 ✽ สี่พี่เลี้ยงเมียงมองตามช่องฉาก         แล้วบุ้ยปากให้กันดูด้วยรู้ถึง
ต่างปรึกษาหารือไม่อื้ออึง                  เราก็พึ่งเห็นรักประจักษ์ใจ
แต่ดูกันห่างห่างสิอย่างนี้                   พระบุตรีตรอมจิตพิสมัย
แม้นได้เรียงเคียงข้างจะอย่างไร           รำคาญใจจะใคร่ปลอบให้ชอบที
ทั้งสี่นางต่างเข้าเคียงบรรจถรณ์           ทำทูลวอนพระธิดามารศรี
แม่เป็นไรไสยาไม่พาที                     หรือวานนี้ไปสวนประชวรมา
จะเจ็บป่วยเป็นไฉนก็ไม่ตรัส               จะได้จัดมดหมอมารักษา
หรือพระน้องต้องรุกขเทวดา               ซึ่งอยู่ค่าคบลำดวนสวนดอกไม้
แล้วเสแสร้งแกล้งทำปรนนิบัติ            ศรีสวัสดิ์สว่างจิตพิสมัย
พระบุตรีแกล้งตรัสเหมือนขัดใจ          ไฮ้อะไรนี่เล่ามาเฝ้ากวน
จริงอยู่น้องต้องเทวดาด้วย                จึงเจ็บป่วยเป็นไข้เพราะไปสวน
พี่เคยได้ไปบนต้นลำดวน                 ทำกระบวนมิได้บอกออกให้ตรง
จะสังเวยสิ่งไรจะได้จัด                    สารพัดสิ่งของต้องประสงค์
หรือจะคิดติดสินบนท่านคนทรง         ให้เชิญองค์อารักษ์ที่ทักทาย
ทั้งสี่นางต่างยิ้มแล้วเยื้อนว่า              จะรักษาทรามวัยเสียให้หาย
อันต้องเทพารักษ์ขี้มักร้าย               ให้กระวนกระวายละอายใจ
จะขับกล่อมจอมขวัญให้บรรทม         อย่าปรารมภ์ร้อนจิตพิสมัย
พลางแย้มยิ้มหยิบกรับแล้วขับไป         ให้ต้องในน้ำจิตพระธิดา ฯ


✽ ว่าปางหลังยังมีเจ้าพราหมณ์น้อย     โฉมแฉล้มแช่มช้อยดังเลขา
ทั้งผิวเหลืองเรืองรองดังทองทา          เที่ยวเสาะหานุชนางมาทางไกล
เวลาค่ำน้ำค้างลงพร่างพร้อย             พ่อโฉมงามพรามหมณ์น้อยจะนอนไหน
สตรีงามสามภพไม่สบใจ                  จะใคร่ได้ดอกฟ้าลงมาเชย
ถ้าแม้นเหมือนหมายมาดไม่คลาดแคล้ว    ดังดวงแก้วแกมทองเจียวน้องเอ๋ย
น่าน้อยใจที่ไม่ไว้อาลัยเลย                แล้วลงเอยอภิวันท์อัญชลี ฯ


✽ พระธิดาฟังขับให้จับจิต                จะปกปิดป้องปัดก็บัดสี
จึงแสร้งว่าน่าแค้นแสนทวี                น้อยหรือพี่ช่างคิดประดิษฐ์ครวญ
เหมือนฟื้นฝอยหาตะเข็บให้เจ็บจิต      สมคบคิดกันพาข้าไปสวน
แล้วเป็นใจให้พราหมณ์มาลามลวน      เห็นสมควรแล้วหรือพี่ทั้งสี่คน
จะกราบทูลบิตุรงค์ให้ทรงซัก             ใครย้อนยักแยบคายเป็นสายสน
หรือพราหมณ์น้อยกลอยใจให้สินบน     ถ้าบอกจริงจึงจะพ้นที่โทษทัณฑ์ ฯ


✽ พี่เลี้ยงรู้จักใจไม่วิตก                   ทำลูบอกอนิจจามาว่าฉัน
จะบอกความตามจริงทุกสิ่งอัน         เจ้าพราหมณ์นั้นเขาจะมาเป็นข้าไท
ให้พวกพี่นี้พามาถวาย                   แต่ดีร้ายยังไม่เห็นเป็นไฉน
ถ้าไล่เลียงเที่ยงแท้แน่แก่ใจ            จึงจะได้ทูลความแม่ทรามเชย
น้อยไปหรือดื้อดึงไปถึงสวน          จะแกล้งกวนก่อความเจ้าพราหมณ์เอ๋ย
แม่เมตตาอย่าทูลฉลองเลย           เหมือนทรามเชยช่วยหลังไว้ครั้งนี้
ฉัดผัดพอเช้าตรู่ประตูเปิด                 ฟ้าผีเถิดจะไปว่าบัดสี
ไม่เจียมตัวกลัวเกรงพระบุตรี           ทำท่วงทีเหมือนกระต่ายตะกายดิน
มาพบแม่แต่ตัวเจ้าพราหมณ์น้อย        หรือพี่พลอยองอาจประมาทหมิ่น
แม้นจ้วงจาบหยาบช้าเป็นราคิน          จะขับไปเสียให้สิ้นทั้งสี่นาย ฯ

✽ พระธิดาได้ความว่าพราหมณ์น้อย      ตามติดสอยสมจิตที่คิดหมาย
จึงกล่าวแกล้งแสร้งเสเพทุบาย           สักกี่ชายฉันนั้นไม่ทันดู
เห็นคนเดียวเที่ยวเดินเด็ดดอกรัก         เป็นเชิงชักปริศนาน่าอดสู
จะหม่อมน้องหรือหม่อมพี่ก็มิรู้           ไปถามดูเถิดอย่าซักฉันนักเลย
มิเสียทีพี่คบพอครบถ้วน                  เป็นสี่ส่วนสมหน้าเจ้าข้าเอ๋ย
อุปถัมภ์ทำคุณพอคุ้นเคย                 จึงล่วงเลยลามมาเป็นน่าชัง
ถ้าพรุ่งนี้พี่ไปจะไต่ถาม                  จะห้ามปรามสั่งสอนหล่อนเสียมั่ง
แม้ว่ากล่าวครานี้เธอมิฟัง                ทำทีหลังแล้วจะทูลให้วุ่นวาย ฯ


 ✽ สี่พี่เลี้ยงเบี่ยงบิดประดิษฐ์แก้         ฉันเป็นแต่จะช่วยพามาถวาย
ที่ผิวเหลืองเรืองรองนั้นน้องชาย          สมเป็นนายขอเฝ้าถึงเจ้ากรม
แต่พราหมณ์ใหญ่ไม่งามเหมือนพราหมณ์น้อย    ถ้าใช้สอยมะละกอก็พอสม
ฉันว่าฉันคบค้าสมาคม                  ก็จะก้มหน้ารับอัประมาณ
แต่อย่าให้พราหมณ์น้อยนั้นพลอยผิด     เธอตั้งจิตมาเป็นข้าน่าสงสาร
จงยกโทษโปรดไว้ใช้ราชการ             เมื่อเกียจคร้านจึงค่อยลดปลดบาญชี ฯ

✽ นางฟังคำทำเคืองชำเลืองค้อน       ยังกลับย้อนยักว่าน่าบัดสี
ถ้าขืนขัดก็อย่าเฝ้ามาเซ้าซี้               หรือเห็นดีแล้วไม่ห้ามตามอารมณ์
แล้วสั่งให้ไขหีบหยิบสมุด                นางทรงอ่านอุณรุทเมื่ออุ้มสม
สี่พี่เลี้ยงเคียงข้างแท่นบรรทม            ชวนกันชมสุรเสียงสำเนียงนาง ฯ
บันทึกการเข้า
ภพ-ภควา

*****

กำลังใจ: 169
กระทู้: 68


ยังคงอยู่


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 16, 2017, 05:53:11 pm »
✽ ฝ่ายพระหน่อนฤเบศร์เกศกษัตริย์            ดึกกำดัดยามสองยิ่งหมองหมาง
เผยพระแกลแลชมนภาภางค์                      จันทร์กระจ่างส่องฟ้าสุราลัย
พระดูเดือนเหมือนวงนลาฏน้อง                   สัมผัสผ่องพาจิตพิสมัย
รื่นรื่นกลิ่นลำดวนรัญจวนใจ                         เหมือนเข้าใกล้กลิ่นนางเมื่อกลางวัน
ให้เคลิ้มเคล้นเห็นเงาเสาตำหนัก                  ว่านงลักษณ์ลงขยับไปรับขวัญ
ไฉนน้องมองเมียงอยู่เพียงนั้น                     ขอเชิญขวัญเนตรนั่งบัลลังก์รัตน์
แล้วเคียงเข้าเล้าโลมนางโฉมฉาย                 พระกรกรายกอดเสาเข้าถนัด
เห็นผิดนางหมางฤทัยให้ฮึดฮัด                    จะใคร่ตัดเสาสับให้ยับเยิน
ได้ยินพราหมณ์สามคนเข้าหัวร่อ                   ในใจคอคิดอายระคายเขิน
ทำเหลียวแลแก้เก้อไปตามเกิน                    ชม้ายเมินเมียงมาศาลากลาง
แกล้งลดเลี้ยวเที่ยวเดินดูไม้ดัด                    สารพัดสรรใส่ในกระถาง
พระเพ่งพิศคิดถึงคะนึงนาง                        ไม่เสื่อมสร่างอารมณ์สมประดี
เสียงจักจั่นจิ้งหรีดวะหวีดแว่ว                       เหมือนเสียงแก้วเกษรามารศรี
เที่ยวผันแปรแลหาแล้วพาที                        ขึ้นมานี่เถิดนะเจ้าเยาวมาลย์ ฯ


 ✽ ทั้งสามพราหมณ์ตามมองเห็นน้องรัก          ละล่ำละลักลุ่มหลงน่าสงสาร
เข้าเคียงข้างทางปลอบประโลมลาน                พ่อเที่ยวป่านนี้ไยไม่ไสยา ฯ


 ✽ ศรีสุวรรณนั้นยังกำลังหลง                       คิดว่าองค์มิ่งมิตรขนิษฐา
ประโลมรูปรับขวัญจำนรรจา                          วาสนาเราทั้งสองเคยครองกัน
พราหมณ์หัวร่อพ่อแปลกพี่แล้วเหรือ                พระหดมือเมินพักตร์แล้วผินผัน
ทำแก้เก้อเออพี่ที่ตรงนั้น                             ปีศาจมันหลอนข้าตาวาววาว ฯ

 ✽ เจ้าพราหมณ์ว่าน่ากลัวแล้วหัวร่อ                พี่เห็นต่อจะเป็นผีสตรีสาว
ประจำองค์อนุชามาแต่เช้า                           จนดึกราวสองยามมาตามกวน ฯ


✽ เจ้าโมราว่าผีไม่มีดอก                          ที่หลอนหลอกนั่นแหละเงาเจ้าของสวน
พอพรุ่งนี้พี่จะบนต้นลำดวน                        ให้ช่วยชวนชาววังมาดังใจ ฯ


✽ พระฟังคำทำเมินดำเนินหนี                     มานั่งที่แท่นทองอันผ่องใส
เห็นสามพราหมณ์ตามมาจึงว่าไป                  ประหลาดใจจริงน้องเหมือนต้องมนต์
ให้เห็นเขาเจ้าของห้องตำหนัก                     มาถามทักแล้วก็หายไปหลายหน
พี่เอ็นดูฉันด้วยช่วยกันค้น                           นฤมลจะมาแฝงอยู่แห่งไร ฯ


✽ พราหมณ์ฟังเห็นยังเฟือนช่วยเตือนน้อง       เจ้าของห้องมิได้มาอย่าสงสัย
พี่บอกแล้วไม่เชื่อนั้นเหลือใจ                       หนักอะไรจะเหมือนรักหนักอุรา
หลงอะไรจะเหมือนหลงทรงมนุษย์                 ที่โศกสุดเศร้าแสนเสน่หา
จนลืมตัวมัวหมองเพราะต้องตา                     ต้องตรึกตราตรอมจิตเพราะปิดความ
บุราณว่าถ้าเหลือกำลังลาก                          ให้ออกปากบอกแขกช่วยแบกหาม
แม้นพ่อบอกออกบ้างไม่พรางความ                 จะเป็นล่ามแก้ไขให้ได้การ ฯ


✽ พระฟังปลอบชอบชื่นค่อนฝืนพักตร์            กำลังรักลืมอายหมายสมาน
จึงว่าพี่มีปัญญาปรีชาชาญ                           ช่วยคิดอ่านอนุกูลอย่าสูญใจ
เหมือนหนึ่งน้องต้องศรเสียบสลัก                   จะฉุดชักก็ไม่อาจจะหวาดไหว
พี่ช่วยถอนศรโศกที่เสียบใจ                         น้องจะได้ผ่อนพ้นทนทรมา ฯ


✽ เจ้าพราหมณ์ว่าอย่าทุกข์ไปเลยพ่อ             นางนกต่อของเรามีดีนักหนา
พรุ่งนี้เช้าเขาคงจะออกมา                            พ่อพูดจาฉอเลาะให้เราะราย
จะสอนสั่งสิ่งเดียวเกี้ยวผู้หญิง                       ถ้าถึงจริงก็มักช้าประดาหาย
ให้หวานหวานไว้สักหน่อยค่อยสบาย               นี่แยบคายเจ้าชู้แต่บูราณ
พ่อรู้แต่งหนังสืออยู่หรือไม่                           จงแก้ไขคิดกลอนอักษรสาร
แม้นตอบต่อก็พอเห็นจะเป็นการ                     อันพวกฉานนี้ไม่วางนางพี่เลี้ยง
แต่กีดขวางอย่างเดียวหรอกเดี๋ยวนี้                  ด้วยหญิงสี่ชายสามเป็นความเถียง
พ่อโปรดด้วยช่วยเปรียบให้เรียบเรียง                ใครจะเคียงควรคู่กับผู้ใด ฯ


✽ พระแย้มยิ้มพริ้มพรายภิปรายตอบ               พี่ว่าชอบชี้ทางสว่างไสว
ทำไมกับกาพย์กลอนอย่าร้อนใจ                    จะว่าให้ปลื้มจิตพระธิดา
อันชายสามหญิงสี่นี้ก็ยาก                             จับฉลากนั้นแลพี่ดีนักหนา
สำรวลพลางทางหยิบกลีบจำปา                      เอานขาเขียนหนังสือเป็นชื่อนาง
แล้ววางไว้ให้สามพราหมณ์พี่เลี้ยง                  เจ้าพราหมณ์เสี่ยงทายขอที่คู่สร้าง
หยิบจำปามาพลิกขึ้นอ่านพลาง                      เจ้าวิเชียรได้นางจงกลนี
ดูฉลากเลขาเจ้าสานน                                 ได้โฉมตรูอุบลรัศมี
ที่ของเจ้าโมราประภาวดี                               เหลือแต่ศรีสุดาน่าเสียดาย
ต่างหัวเราะเยาะหยอกว่านอกส่วน                   เราก็ควรจะประมูลทูลถวาย
แล้วสรวลเสเฮฮาประสาชาย                           พระยิ้มพรายอายใจด้วยไม่เคย
จนยามสามพราหมณ์เตือนให้ไสยาสน์               พระขึ้นอาสน์อิงแอบแนบเขนย
นึกประดิษฐ์คิดกลอนไม่นอนเลย                      พอลงเอยก็พอแจ้งแสงตะวัน
ให้ปั่นป่วนชวนพราหมณ์ทั้งสามพี่                    ไปอยู่ที่ต้นลำดวนในสวนขวัญ
คอยพี่เลี้ยงแลหาปรึกษากัน                           เกษมสันต์สมคะเนด้วยเล่ห์ลม ฯ


✽ ฝ่ายพี่เลี้ยงพระธิดาเวลารุ่ง                        ต่างบำรุงราสีนั่งหวีผม
ค่อยสะกิดกรีดกริบตะไกรคม                           แล้วนุ่งห่มต่างต่างละอย่างกัน
เรียกบ่าวถือหีบหมากออกจากฉนวน                  พอถึงสวนสายแสงพระสุริย์ฉัน
แกล้งส่งเสียงเคียงคลอจรจรัล                         ทำเชิงชั้นกรีดกรายชม้ายเมียง
พอทั้งสามพราหมณ์แลประสบพักตร์                 ชิงกันทักเยาวมาลย์ประสานเสียง
เชิญมานี่หน่อยเถิดคะพระพี่เลี้ยง                     ร่มพุมเรียงราบเลี่ยนเตียนสบาย ฯ


 ✽ ทั้งสี่นางต่างคำนับนั่งพับเพียบ                    ได้ระเบียบอยู่มิให้สไบขยาย
แล้วต่างยิ้มแย้มพลางทางภิปราย                      หม่อมสบายอยู่ด้วยกันหรือฉันใด
ฉันอยู่หลังตั้งแต่เสด็จกลับ                              นอนไม่หลับหลากจิตคิดสงสัย
พ่อพราหมณ์น้อยพลอยเจ็บเป็นไข้ใจ                 เคราะห์กระไรร้ายรวบประจวบกัน
แม้นหม่อมมีหยูกยาเมตตาด้วย                        เหมือนชุบช่วยชีวานิชาฉัน
ถ้าตลอดรอดฝั่งได้ดังนั้น                               จะส่งขวัญข้าวหมอให้พอการ ฯ


✽ พี่เลี้ยงยิ้มพริ้มพรายชม้ายค้อน                   ทำเสียงอ่อนอนิจจาน่าสงสาร
จะทูลขอหมอหลวงมาอยู่งาน                         แต่อาการเป็นอย่างไรจะใคร่รู้ ฯ


✽ เจ้าพราหมณ์น้อยนึกสะเทินแล้วเมินหน้า       จะพูดจามิใคร่ได้ให้อดสู
พี่เลี้ยงเตือนเชือนแลชำเลืองดู                       ต่อเป็นครู่แล้วจึงตอบว่าขอบใจ
อันโรคของน้องนี้ไม่มีแผล                            ให้เป็นแต่ขัดข้องไม่ผ่องใส
กลางคืนหนาวเช้าร้อนอ่อนฤทัย                      แม้นหม่อมไม่ชุบช่วยคงม้วยมิด
ถ้าทูลขอหมอหลวงได้เหมือนว่า                     เห็นโรคาจะค่อยคลายสบายจิต
แม้นแก้ไขไม่ตายวายชีวิต                            ไม่ลืมคิดคุณพี่ทุกวี่วัน ฯ


✽ ทั้งสี่นางต่างว่าน่าสงสาร                         ช่างอ่อนหวานวอนวิงทุกสิ่งสรรพ์
วิบากกรรมจำเพาะเป็นเคราะห์ครัน                  จนพวกฉันพลอยผิดเพราะปิดบัง
เมื่อวานนี้พระธิดาออกมาเล่น                        แลเขม้นเหมือนจะเถือเอาเนื้อหนัง
จึงกริ้วโกรธกลับไปเสียในวัง                         แล้วตรัสสั่งให้ขอเฝ้าเข้ามาค้น
ฉันทูลแกล้งว่าจะมาสาภิภักดิ์                        นางโฉมยงทรงซักเอาเหตุผล
ว่าลูกเมียหม่อมมีสักกี่คน                            ฉันก้จนจึงมาถามพ่อพราหมณ์น้อย
แม้นพรั่งพร้อมยอมอยู่เป็นขอเฝ้า                   จะให้เข้าเวรไว้ได้ใช้สอย
หรือมีห่วงบ่วงใยใครจะคอย                          มาหยุดพักสักหน่อยแล้วจะไป ฯ


 ✽ ศรีสุวรรณชั้นเชิงฉลาดแหลม                    ทำยิ้มแย้มเยื้อนว่าอย่าสงสัย
ฉันพี่น้องท้องเดียวมาเที่ยวไกล                    อันห่วงใยยังไม่มีทั้งสี่คน
หมายพระนุชบุตรีเป็นที่พึ่ง                           คิดรำพึงสารพัดจะขัดสน
เสด็จมาเที่ยวเล่นเห็นชอบกล                        นฤมลมองหาสุมาลี
ฉันเด็ดได้ดอกรักจักถวาย                            นางชม้ายเมียงเมินดำเนินหนี
เสียน้ำใจเจ็บมาแต่ราตรี                              เดี๋ยวนี้พี่ว่าจะช่วยค่อยชื่นใจ
ช่วยทูลองค์พระธิดาว่าดีฉัน                          จะผูกพันพึ่งพักจนตักษัย
ซึ่งโฉมยงทรงระแวงแคลงฤทัย                      ฉันจะให้ทัณฑ์บนไปจนตาย
พระว่าพลางทางตัดใบตองอ่อน                     มาเขียนกลอนกล่าวประโลมนางโฉมฉาย
จนลงเอยอ่านต้นไปจนปลาย                        ไม่คลาดคลายถูกถ้วนแล้วม้วนตอง
เอาโศกแซมแกมรักสลักหนาม                      เหมือนบอกความรักนางว่าหมางหมอง
พี่เลี้ยงรับพับใส่ไว้ในซอง                            แล้วว่าน้องหวังพี่เป็นที่อิง
ทุกวันนี้มีผ้าจำเพาะผืน                               ถ้ากลางคืนหนาวก็ได้แต่ไฟผิง
ถ้าแม้นหม่อมกรุณาเมตตาจริง                      ช่วยว่าวิงวอนทูลพระธิดา
ประทานสีที่ห่มมาชมสวน                            ควรมิควรขอประทานซึ่งโทษา
แล้วถอดธำมรงค์ครุฑบุษรา                          ฝากถวายพระธิดาวิลาวัณย์ ฯ


✽ พี่เลี้ยงรับแหวานน้อยชม้อยยิ้ม                 เห็นหงิมหงิมลิ้นลมช่างคมสัน
จึงแกล้งว่าช้าสักสองสามวัน                         ถ้าแม้นฉันได้ช่องจะลองทูล
ปรารถนาผ้าผ่อนแต่เพียงนี้                          เห็นท่วงทีก็จะได้คงไม่สูญ
ค่อยอยู่เถิดฉันจะลาอย่าอาดูร                      ได้กราบทูลแล้วจะออกมาบอกความ
แล้วสี่นางต่างจัดซองสลา                            ทอดผ้าป่าเรียงวางไว้กลางสนาม
พลางยิ้มพรายชายตาลาเจ้าพราหมณ์              เรียกบ่าวตามกลับหลังเข้าวังใน ฯ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: