ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนที่ ๕ ศรีสุวรรณเกี้ยวนางแก้วเกษรา  (อ่าน 73 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ภพ-ภควา

*****

กำลังใจ: 166
กระทู้: 63


ยังคงอยู่


« เมื่อ: มกราคม 13, 2017, 01:11:59 pm »



ตอนที่ ๕
ศรีสุวรรณเกี้ยวนางแก้วเกษรา



✽ ฝ่ายพระนุชบุตรีกรุงกษัตริย์              มาถึงวังยังประหวัดถวิลหา
เห็นเจ้าพราหมณ์งามติดนัยน์ตามา         เข้าไสยายามค่ำยิ่งรำจวน
คิดสงสารป่านฉะนี้เจ้าพราหมณ์น้อย        จะอยู่คอยหรือจะไปเสียไกลสวน
เมื่อเดินมาพอพ้นต้นลำดวน                ทำแย้มสรวลเหมือนจะชวนจำนรรจา
เหตุจะไฉนไม่ตรัสหรือขัดข้อง             จะหนีน้องไปเสียแล้วกระมังหนา
เป็นพราหมณ์เทศพรหมจรรย์จรัลมา       หรือกษัตริย์ขัตติยาอยู่เมืองไกล
ทำปลอมแปลงแกล้งจูงมาดูน้อง           หรือจะต้องประสงค์ที่ตรงไหน
จะมาเดียวหรือจะมาด้วยข้าไท             จะกลับไปหรือจะอยู่ไม่รู้เลย
เสียดายนักหนักทรวงดวงสมร              สะอื้นอ้อนอิงแอบแนบเขนย
ไม่แต่งองค์ทรงเล่นเหมือนเช่นเคย        ลืมเสวยลืมสรงหลงรำพึง ฯ


 ✽ สี่พี่เลี้ยงเมียงมองตามช่องฉาก         แล้วบุ้ยปากให้กันดูด้วยรู้ถึง
ต่างปรึกษาหารือไม่อื้ออึง                  เราก็พึ่งเห็นรักประจักษ์ใจ
แต่ดูกันห่างห่างสิอย่างนี้                   พระบุตรีตรอมจิตพิสมัย
แม้นได้เรียงเคียงข้างจะอย่างไร           รำคาญใจจะใคร่ปลอบให้ชอบที
ทั้งสี่นางต่างเข้าเคียงบรรจถรณ์           ทำทูลวอนพระธิดามารศรี
แม่เป็นไรไสยาไม่พาที                     หรือวานนี้ไปสวนประชวรมา
จะเจ็บป่วยเป็นไฉนก็ไม่ตรัส               จะได้จัดมดหมอมารักษา
หรือพระน้องต้องรุกขเทวดา               ซึ่งอยู่ค่าคบลำดวนสวนดอกไม้
แล้วเสแสร้งแกล้งทำปรนนิบัติ            ศรีสวัสดิ์สว่างจิตพิสมัย
พระบุตรีแกล้งตรัสเหมือนขัดใจ          ไฮ้อะไรนี่เล่ามาเฝ้ากวน
จริงอยู่น้องต้องเทวดาด้วย                จึงเจ็บป่วยเป็นไข้เพราะไปสวน
พี่เคยได้ไปบนต้นลำดวน                 ทำกระบวนมิได้บอกออกให้ตรง
จะสังเวยสิ่งไรจะได้จัด                    สารพัดสิ่งของต้องประสงค์
หรือจะคิดติดสินบนท่านคนทรง         ให้เชิญองค์อารักษ์ที่ทักทาย
ทั้งสี่นางต่างยิ้มแล้วเยื้อนว่า              จะรักษาทรามวัยเสียให้หาย
อันต้องเทพารักษ์ขี้มักร้าย               ให้กระวนกระวายละอายใจ
จะขับกล่อมจอมขวัญให้บรรทม         อย่าปรารมภ์ร้อนจิตพิสมัย
พลางแย้มยิ้มหยิบกรับแล้วขับไป         ให้ต้องในน้ำจิตพระธิดา ฯ


✽ ว่าปางหลังยังมีเจ้าพราหมณ์น้อย     โฉมแฉล้มแช่มช้อยดังเลขา
ทั้งผิวเหลืองเรืองรองดังทองทา          เที่ยวเสาะหานุชนางมาทางไกล
เวลาค่ำน้ำค้างลงพร่างพร้อย             พ่อโฉมงามพรามหมณ์น้อยจะนอนไหน
สตรีงามสามภพไม่สบใจ                  จะใคร่ได้ดอกฟ้าลงมาเชย
ถ้าแม้นเหมือนหมายมาดไม่คลาดแคล้ว    ดังดวงแก้วแกมทองเจียวน้องเอ๋ย
น่าน้อยใจที่ไม่ไว้อาลัยเลย                แล้วลงเอยอภิวันท์อัญชลี ฯ


✽ พระธิดาฟังขับให้จับจิต                จะปกปิดป้องปัดก็บัดสี
จึงแสร้งว่าน่าแค้นแสนทวี                น้อยหรือพี่ช่างคิดประดิษฐ์ครวญ
เหมือนฟื้นฝอยหาตะเข็บให้เจ็บจิต      สมคบคิดกันพาข้าไปสวน
แล้วเป็นใจให้พราหมณ์มาลามลวน      เห็นสมควรแล้วหรือพี่ทั้งสี่คน
จะกราบทูลบิตุรงค์ให้ทรงซัก             ใครย้อนยักแยบคายเป็นสายสน
หรือพราหมณ์น้อยกลอยใจให้สินบน     ถ้าบอกจริงจึงจะพ้นที่โทษทัณฑ์ ฯ


✽ พี่เลี้ยงรู้จักใจไม่วิตก                   ทำลูบอกอนิจจามาว่าฉัน
จะบอกความตามจริงทุกสิ่งอัน         เจ้าพราหมณ์นั้นเขาจะมาเป็นข้าไท
ให้พวกพี่นี้พามาถวาย                   แต่ดีร้ายยังไม่เห็นเป็นไฉน
ถ้าไล่เลียงเที่ยงแท้แน่แก่ใจ            จึงจะได้ทูลความแม่ทรามเชย
น้อยไปหรือดื้อดึงไปถึงสวน          จะแกล้งกวนก่อความเจ้าพราหมณ์เอ๋ย
แม่เมตตาอย่าทูลฉลองเลย           เหมือนทรามเชยช่วยหลังไว้ครั้งนี้
ฉัดผัดพอเช้าตรู่ประตูเปิด                 ฟ้าผีเถิดจะไปว่าบัดสี
ไม่เจียมตัวกลัวเกรงพระบุตรี           ทำท่วงทีเหมือนกระต่ายตะกายดิน
มาพบแม่แต่ตัวเจ้าพราหมณ์น้อย        หรือพี่พลอยองอาจประมาทหมิ่น
แม้นจ้วงจาบหยาบช้าเป็นราคิน          จะขับไปเสียให้สิ้นทั้งสี่นาย ฯ

✽ พระธิดาได้ความว่าพราหมณ์น้อย      ตามติดสอยสมจิตที่คิดหมาย
จึงกล่าวแกล้งแสร้งเสเพทุบาย           สักกี่ชายฉันนั้นไม่ทันดู
เห็นคนเดียวเที่ยวเดินเด็ดดอกรัก         เป็นเชิงชักปริศนาน่าอดสู
จะหม่อมน้องหรือหม่อมพี่ก็มิรู้           ไปถามดูเถิดอย่าซักฉันนักเลย
มิเสียทีพี่คบพอครบถ้วน                  เป็นสี่ส่วนสมหน้าเจ้าข้าเอ๋ย
อุปถัมภ์ทำคุณพอคุ้นเคย                 จึงล่วงเลยลามมาเป็นน่าชัง
ถ้าพรุ่งนี้พี่ไปจะไต่ถาม                  จะห้ามปรามสั่งสอนหล่อนเสียมั่ง
แม้ว่ากล่าวครานี้เธอมิฟัง                ทำทีหลังแล้วจะทูลให้วุ่นวาย ฯ


 ✽ สี่พี่เลี้ยงเบี่ยงบิดประดิษฐ์แก้         ฉันเป็นแต่จะช่วยพามาถวาย
ที่ผิวเหลืองเรืองรองนั้นน้องชาย          สมเป็นนายขอเฝ้าถึงเจ้ากรม
แต่พราหมณ์ใหญ่ไม่งามเหมือนพราหมณ์น้อย    ถ้าใช้สอยมะละกอก็พอสม
ฉันว่าฉันคบค้าสมาคม                  ก็จะก้มหน้ารับอัประมาณ
แต่อย่าให้พราหมณ์น้อยนั้นพลอยผิด     เธอตั้งจิตมาเป็นข้าน่าสงสาร
จงยกโทษโปรดไว้ใช้ราชการ             เมื่อเกียจคร้านจึงค่อยลดปลดบาญชี ฯ

✽ นางฟังคำทำเคืองชำเลืองค้อน       ยังกลับย้อนยักว่าน่าบัดสี
ถ้าขืนขัดก็อย่าเฝ้ามาเซ้าซี้               หรือเห็นดีแล้วไม่ห้ามตามอารมณ์
แล้วสั่งให้ไขหีบหยิบสมุด                นางทรงอ่านอุณรุทเมื่ออุ้มสม
สี่พี่เลี้ยงเคียงข้างแท่นบรรทม            ชวนกันชมสุรเสียงสำเนียงนาง ฯ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: