ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: สำนวน "ศรศิลป์ไม่กินกัน"  (อ่าน 1348 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Rapie Pachra

*****

กำลังใจ: 264
กระทู้: 53


« เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2014, 01:56:12 pm »

คำ ๆ นี้ที่จริงเป็นคำคู่ เพราะทั้งคำว่า “ศร” และคำว่า “ศิลป์” ในสมัยก่อนต่างก็หมายถึงลูกธนูเช่นเดียวกัน สำนวนนี้มีที่มาจากวรรณคดี “รามเกียรติ์”  ซึ่งมีเค้าเรื่องคล้ายกันอยู่ถึงสองตอนด้วยกัน   ตอนหนึ่งคือศึกไมยราพณ์ เป็นตอนที่หนุมานรบกับมัจฉานุผู้เป็นลูกที่เกิดจากนางสุวรรณมัจฉา  เพียงแต่ตอนนี้ อาวุธที่ทั้งคู่ใช้ ไม่ใช่ลูกศร  ส่วนอีกตอนหนึ่งอันเป็นที่มาของสำนวนนี้โดยตรงคือ ตอนที่พระรามออกไปรบกับพระมงกุฎและพระลบผู้เป็นบุตร  โดยที่ต่างฝ่ายต่างยังไม่รู้จักกัน ปรากฏว่า ศรที่พระรามแผลงออกไปกลับกลายเป็นขนมนมเนยไปเสียหมด ขณะที่ฝ่ายพระลบก็เช่นกัน  ศรที่ยิงออกมาหมายสังหารพระรามก็กลับกลายเป็นข้าวตอกดอกไม้ธูปเทียนบูชาพระบิดาไปหมดเช่นกัน ตรงนี้คือความหมายเดิมของคำว่า ศรศิลป์ไม่กินกัน  คือ ไม่อาจทำร้ายหรือทำอันตรายต่อกันนั่นเอง

    กระทั่งต่อมาจนถึงปัจจุบันนี่แหละ สำนวนนี้จึงเกลื่อนกลายเป็นความหมายในเชิงไม่ถูกกันหรือไม่กินเส้นกันโดยไม่ทราบสาเหตุที่มา  ถ้าจะให้เดา ก็น่าจะมาจากการนำมาใช้สับสนปะปนกันกับคำ “ไม่กินเส้น” ซึ่งมาจากตำรานวดแผนไทย หมายถึงการนวดหรือจับเส้นที่ไม่ถูกจุดมากกว่า  สำนวน “ไม่กินเส้น”นี้ ยังวิวัฒน์ต่อมาเป็น “เกาเหลากัน” อันมีความหมายในเชิงไม่ถูกชะตากันอีกด้วย

    มองในแง่ดี  นี่อาจจะถือเป็นวิวัฒน์หรืออุบัติของภาษาไทยอีกแบบหนึ่งก็ได้  นอกเหนือไปจากภาษาเอ็มหรือภาษาในเน็ตที่มีพื้นฐานที่มาจากต้องการความสะดวกรวดเร็วในการพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันเป็นหลัก จนกลายเป็นกระแสนิยมในเวลาต่อมา สิ่งที่จำเป็นต้องตระหนักคือ ผู้ใช้ควรยึดหลักภาษาไทยเดิม ๆ ไว้ให้ดี  ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะใช้อย่างมักง่ายจนกลายเป็นวิบัติโดยไม่จำเป็น  ลองนึกดู...ถ้าต้องเจอคนเขียนแบบนี้ถึงคุณ จะรู้สึกเหนื่อยไหม ขณะที่อ่าน...

"...พวกเราต้องการความรวดเรวชิมิ  ทัมมัยต้องมาพิมตงๆ เช่น จิง ๆ แร้นนู๋เบื่อมั่ก  จาหั้ยพิมว่า จริง ๆ แล้วหนูเบื่อ คนรอรับข้อความก้อรากงอกกันพอดี  แต่เวลาเราทัมอารัยเปงทางกาน  เราก้อไม่ได้ใช้พาสาแบบนี้สักหน่อย  อันนี้แค่เปงพาสาที่ใช่เร่น ๆ ก้อแค่นั้น  นู๋เปงเด็กนู๋ย่อมเข้าจัยตงนี้มากกว่าป้านะค่ะ  นู๋ไม่รุว่าพวกว่าพวกป้า ๆ คิดรัยอยู่  คนเราย่อมมีฟามเข้าจัยที่แตกต่าง   ถ้านู๋โต นู๋ก้อจามะเข้าจัยตงนี้ (เด็ก) แค่นู๋จาเข้าจัยตงนั้น(ผู้หยั่ย)..."
**ยุคสมัยมานเปลี่ยนเเปงแร้น มานมีทั้งเด็กแว้น เด็กปื้ด เด็กแนวฯลฯ ป้าๆ ทังหลายก้อทัมจัยซะ มานเปงช่วงๆหนึ่งที่ชีวิตมานเปลี่ยนแปง..มานเปลี่ยนเเปง**

สาธุ...ขออย่าได้เจอแบบนี้กับตัวเองเรยยย....อ้าว..เฮ้ย! จบกัน..๕ ๕ ๕
บันทึกการเข้า
imza
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: