ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: กลอนแปดสุภาพ - ฉันทลักษณ์ ; เสียงวรรณยุกต์  (อ่าน 5556 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
นาคนาคี

**

กำลังใจ: 103
กระทู้: 30



อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2013, 05:16:29 pm »


กลอนแปดสุภาพคณะหนึ่ง จะมี  4 วรรค ทุกวรรคมีแปดคำ

วรรคแรก เรียกว่า วรรคสดับ หรือ วรรคสลับ
วรรคสอง เรียกว่า วรรครับ
วรรคสาม เรียกว่า วรรครอง
วรรคสี่ เรียกว่า วรรคส่ง

ที่พิเศษของกลอนแปดสุภาพนั้นอยู่ที่ใช้เสียงวรรณยุกต์ตามแบบแผนที่กำหนดชัดเจนต่างจากของกลอนเดิม

เสียงวรรณยุกต์ ที่นิยมว่าไพเราะ ใช้ดังนี้

วรรคสดับ หรือ สลับ ใช้ได้ทุกเสียงวรรณยุกต์ ควรเลี่ยง เสียงสามัญ ด้วยไพเราะน้อยที่สุด
วรรครับ นิยมใช้เสียง เอก โท จัตวา ห้ามใช้เสียงสามัญ
วรรครอง นิยมใช้เสียงสามัญ ตรี ควรเลี่ยงเสียงจัตวา เอก โท
วรรคส่ง นิยมใช้เสียงสามัญ ตรี ควรเลี่ยงเสียงจัตวา เอก โท

ทบทวนเสียงวรรณยุกต์

เสียงสามัญ     รอง กลอน เรียง การ เอย บุญ
เสียงเอก        แห่ง เยี่ยง ผัด หย่อน ปราด หมด สนุก
เสียงโท         ต้อง ถ้า เข้า แผ้ว
เสียงตรี          ร้อง รับ นับ รู้ ชก นก น้อย
เสียงจัตวา      เหลือ สาย เสียง เหมา สูง โผงผาง



 ขอหยิบยกกลอนครูระดับรางวัลมาอ้างอิงไว้เป็นตัวอย่างสอน



ตัวอย่างบทประพันธ์ที่ควรจำ

กลอนแปดสุภาพ

        กลอนสุภาพพึงจำมีกำหนด       กลอนหนึ่งบทสี่วรรคกรองอักษร
วรรคละแปดพยางค์นับศัพท์สุนทร         อาจยิ่งหย่อนเจ็ดหรือเก้าเข้าหลักการ
ห้าแห่งคำคล้องจองต้องสัมผัส            สลับจัดรับรองส่งประสงค์สมาน
เสียงสูงต่ำต้องเรียงเยี่ยงโบราณ            เป็นกลอนกานท์ครบครันฉันท์นี้เอย

ฐะปะนีย์ นาครทรรพ
ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ ประพันธ์

 เพชรน้ำหนึ่ง

กลอนเก้าคำจำไว้ด้อยไพ"เราะ"
เขียนให้เหมาะแปดคำเพชรน้ำหนึ่ง
แต่ละวรรคหนักแน่นดุจแกน"กลึง"
กลอนจะ"ซึ้ง"ติดใจและให้คุณ
คำสุดท้ายวรรคแรกแยกพิ"เศษ"
สามัญ"เขต"หวงห้ามตามเกื้อหนุน
ท้ายวรรคสองต้องรู้อยู่เป็น"ทุน"
เอก-โท"จุน"จัตวาประ"พนธ์"

ท้ายวรรคสามวรรคสี่นี้จำ"มั่น"
เสียงสามัญ-ตรีใช้ได้ทุก"หน"
สัมผัสซ้ำจำจดงดปะ"ปน"
จงคิด"ค้น"ถ้อยคำที่จำ"เป็น"

ไม้ไต่คู้ใช้กับไม้ไต่"คู้"
เมื่อฟังดูเด่นดีทั่งที่"เห็น"
เสียงสั้นยาวก้าวก่ายหลายประ"เด็น"
อย่าบำ"เพ็ญ"พ้องกันนิรัน"ดร

อย่าเขียนให้ใจความตามเพ้อ"นึก"
จงตรองตรึกตระหนักเรื่อง"อักษร
คติธรรมนำใส่ให้สัง"วร"
รวมสุน"ทร"ถ้อยไว้ให้งด"งาม"

จุดจบก็ขอให้กินใจหน่อย
มิควร"ปล่อย"เปะปะเหมือนสะ"หนาม"
จบให้เด่นเห็นชัดจำกัด"ความ"
ให้ตรง"ตาม"เค้าโครงเรื่องโยง"ใย"

เขียนเสร็จสรรพกลับมาตรวจตราผิด"
ตรวจชนิดเรียงตัวทั่วกันใหม่
เมื่อเห็นเพราะเหมาะดีจี้หัว"ใจ"
จึงเผย"ให้"ประชาชนตรา"ตรึง"

กลอนเก้าคำจำไว้ด้อยไพเราะ
เขียนให้เหมาะแปดคำเพชรน้ำ"หนึ่ง
แต่ละวรรคหนักแน่นดุจแกน"กลึง"
ผู้อ่าน"จึง"จะชอบชมขอบคุณ

ส.เชื้อหอม...นักกลอนรางวัลพระราชทาน



ฉันทลักษณ์ อัปลักษณ์ หรือ?

โคลงฉันท์กาพย์กลอนร่ายหลายหลากรส
ล้วนมีกฏเกณฑ์กลมนต์อาถรรพ์
ส่วนร้อยแก้วแน่วแน่แต่ปางบรรพ์
กฏเกณฑ์พรรณาว่าไม่มี

เขียนได้ตามความเห็นเป็นอิสระ
ขาดฉันทลักษณ์เช่นเร้นศักดิ์ศรี
ไม่ต้องคล้องสัมผัสจัดวลี
ไม่พิถีพิถันกันจริงจัง

ส่วนร้อยกรองต้องเคร่งเพลงสัมผัส
ข้อความจัดจะแจ้งแฝงมนต์ขลัง
เสียงสั้นยาวก้าวก่ายให้ระวัง
จักถูกชังกระฉ่อนกลอนลิเก

สมัยเก่าเบาราณท่านมิเคร่ง
ปล่อยตามเพลงพาไปเหมือนไฉเฉ
เสียงสั้นยาวก้าวก่ายหมายคะเน
จักหันเหอย่างไรไม่พะวง

 สมัยนี้มีแปลกแหวกแนวหนัก
ฉันทลักษณ์เลื่อลอยปล่อยลืมหลง
บ้างเอาอย่างต่างชาติคาดคั้นลง
แล้วทะนงว่าแบบใหม่แสบทรวง

โบราณว่า"รู้มากยากนาน"แน่
เฉกคนแก่เรียนรู้เหมือนอยู่สรวง
แต่ใจต่ำทำว่าข้าเด่นดวง
เหมือนกับพวงมะเดื่อเน่าเนื้อใน

ส.เชื้อหอม...นักกลอนรางวัลพระราชทาน

ภาษาวิบัติ
ฟังเขาอ่านกลอนกันทุกวันนี้
แล้วอยากหนีไปนอนตายก่อนเพื่อน
อักขระวิบัติสัมผัสเลือน
ดูเสมือนไร้ความรู้ตามกัน

ฉันอ่าน"ชั้น" สรรหาเอามาอ่าน
คำว่าท่านก็เหวี่ยงเป็นเสียง"ทั่น"
ไหมอ่าน"มั๊ย" ไม่คิดจิตผูกพัน
อารมณ์ผันฟุ้งเพลินจนเกินความ

ไม้อ่าน"ม้าย" กลายกลับเปลี่ยนศัพท์แสง
ได้ก็แผลงเป็น"ด้าย" คล้ายหยาบหยาม
ใต้อ่าน"ต้าย" กลายหมดไม่งดงาม
น้ำอ่าน"น้าม" น่าคิดเสียงผิดไป

เจ้าอ่าน"จ้าว" ร้าวฉานสถานหนัก
เขาก็ยักอ่าน"เค้า" เศร้าไฉน
เช้าอ่าน"ช้าว" ร้าวรวดปวดหัวใจ
เท้าก็ไพล่เป็น"ท้าว" ก้าวตามมา

เก้าอ่าน"ก้าว" ยาวออกไปนอกเสียง
เปล่าก็เบื่ยงเป็น"ปล่าว" ใช่กล่าวหา
เล้าอ่าน"ล้าว" ยาวข้ามไปสามวา
เหลาท่านว่า"หลาว" เลยเชยกันจริง

เต้าอ่าน"ต้าว" ราวกับศัพท์วิตถาร
ร้องให้อ่าน"ร้องห้าย" ทั้งชายหญิง
หรืออ่าน"รึ" ครึคระไม่ประวิง
ปล่อยใจดิ่งดักดานจึงทานทัด

ทั้งร้อยกรองร้อยแก้วต้องแน่วแน่
อย่าเอาแต่ตามใจให้วิบัติ
ขอวอนวานอ่านกันให้มันชัด
เพื่อช่วยพัฒนาภาษาไทย

ส.เชื้อหอม....นักกลอนรางวัลพระราชทาน

**ที่มา  http://www.oknation.net/blog/tnitaram/2009/11/16/entry-1
บันทึกการเข้า
share

*

กำลังใจ: 4
กระทู้: 13


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2018, 01:30:40 pm »
เสียงท้ายวรรค กลอน

@ เสียงร้อยกรอง ประเภทกลอน ท้ายวรรคใหั
วรรคแรกไซร้ เลี่ยงเสียง สามัญหนา
วรรคสองเสนาะ ไพเราะด้วย เสียงจัตวา
วรรคสามสี่ สรรหา เสียงสามัญ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: