ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: สามัคคีเภทคำฉันท์(โดย ชิต บุรทัต)  (อ่าน 22112 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2013, 03:43:27 pm »



สามัคคีเภทคำฉันท์

ผู้แต่ง: ชิต บุรทัต
บทประพันธ์

ปรารมภพจน์
ฉบัง ๑๖
๏ ข้าผู้นิพันธ์พาที      ถ้อยสามัคคี
เภทฉันท์อ้นออกบอกนาม
๏ ในท้ายทั้งที่มีความ      เจตนาพยายาม
นิยมประพันธ์อันใด
๏ แจ้งหมดปรากฎมีใน      ปัจฉิมชัดไข
ลิขิตรจิตร์จองแถลง
๏ ปรารมภพจน์นี้ชี้แจง      เพี่อจักสำแดง
ประวัติอุบัติ์แห่งบรรณ
๏ พิมพ์ขึ้นสำเร็จเสร็จพลัน      ทั้งรวดเร็วทัน
ประสงค์สดวกโดยไว
๏ ด้วยทุนหนังสือพิมพ์ไทย      ทดรองจ่ายไป
เปนส่วนเอื้อเฟื้อเจือจาน
๏ ขุนสันทัดอักษรสาร      บรรณาธิการ
ธเกื้อธเอื้ออุดหนุน
๏ สัมฤทธิ์เพราะท่านการุญ      ช่วยเหลือเจือจุน
โดยรอบประกอบอุปการ
๏ ผู้อื่นอีกอาทิ์เอาภาร      ขุนนัยวิจารณ์
(เปล่ง ดิษยบุตร์) นามผจง
๏ คุณสุดกอบโกยโดยสง      เคราะห์ล้ำจำนง
พินิจพิจารณ์จริงใจ
๏ สอดส่องถ่องถ้วนควรนัย      เชิงอรรถอันใด
มิดีและมีขัดขวาง
๏ บอกให้แก้ใหม่ไป่วาง      ธุระแท้แลทาง
แก้ไขใบพิมพ์เพียรทำ
๏ เรียบร้อยไพเราะเพราะคำ      ที่ท่านแนะนำ
และตรวจและตราอาทร
๏ สองท่านอันออกนามกร      ข้าจะอนุศร
พระคุณตลอดฤๅลืม
                  
นายชิต
ผู้ประพันธ์
ที่ทำการหนังสือศรีกรุง
วันที่ ๑ มิถุนายน พระพุทธศักราช ๒๔๕๘
                  

ศุภมัสดุ
สัททุลวิกีฬิตฉันท์ ๑๙
๏ พร้อมเบญจางคประดิษฐ์สฤษติตษฎี
กายจิตร์วจีไตร      ทวาร
๏ กราบไหว้คุณพระสุคตอนาวรณญาณ
ยอดศาสดาจารย์      มุนี
๏ อีกคุณสุนทรธรรมะคัมภิรวิธี
พุทธ์พจน์ประชุมตรี      ปิฎก
๏ ทั้งคุณสงฆะพิสุทธิศาสนะดิลก
สัมพุทธสาวก      นิกร
๏ นอบน้อมคุณพระคเณศวิเศษศิลปธร
เวทางคบวร      กะวี
๏ เปนเจ้าแห่งวิทยาวราภรณะศรี
สุนทรสุวาท      วิธาน
๏ สรวมชีพหัดถประณามประนตพระบทมาลย์
บพิตระสมภาร      พระองค์
๏ สมเด็จอรรคะมหาจุฑาธิปะพระมง
กุฎเกล้าพิศิฏฐ์พงศ์      กระษัตริย์
๏ บานบำเทองพรัเถลิงถวัลยอธิปัติ์
ที่หกดลกรัฏฐ์      ประชา
๏ ชุ่มชื่นมณฑละภูมิ์นิพัทธ์วัฒนะปรา
กฎเพียงพระรามา      วตาร
๏ ปางไวกูณฐประกอบประกาศกิติอุฬาร
เลิศมากประมาณคือ      พระองค์
๏ สรวมศรีไตรรตนาธิคุณอดุละมง
คลเหตุพิเศษทรง      ประสิทธิ์
๏ เสริมซึ่งโสตถิบวรพระพรจตรพิธ
ขอพึงสฤษดิ์นิจ      นิรันดร์
๏ จุ่งไท้เทียรฆพระชนมะดลลุสตพรรษ์
ภัทร์เพิ่มพระศุขวรร      ณพล
๏ อันใดสรรพะกะลีและนีรผละมล
ทินไกลยุคลบาท      ลออง
๏ เพียรเพ็ญูในมนะข้าพเจ้านิยมะจอง
เจตน์คิดลิขิตปอง      ประพันธ์
๏ สามัคคีภิทะโทษนิทานะคติธรรม์
โดยพิศดารอัน      แสดง
๏ เชิงบรรพ์ฉันทะลเบงชเลงพจนะแปลง
บรรจงพจีแจง      ประโยชน์
๏ บูชาศาสนะพากย์สุภาสิตะวิโรจน์
เริงปรีดิปราโมทย์      ประมวญ
๏ ใดบทบาทผิวะคลาศและผิดนิติขบวน
โกวิทกะวีควร      อภัย
                  

วสันตดิดก ฉันท์ ๑๔
๏ โบราณะกาลบรมะขัต      ติยรัชชเกรียงไกร
ท้าวทรงพระนามะอภิไธ      ยะอชาตะศัตรู
๏ ครอบครองมไหยศุริยเอก      อภิเศกประสิทธิ์ภูว์
อาณาปวัตติบริบู      รณะบรรพประเพณี
๏ แว่นแคว้นมคธนคระรา      ชคฤห์ราชบูรี
ทรงราชวัตร์วิธะทวี      ทศธรรมะจรรยา
๏ แหล่งหล้ามหาอุดมะลาภ      คุณะภาพพระเมตตา
แผ่เพียงชนกกรุณะอา      ทระบุตร์ธิดาตน
๏ โปร่งปรีดิปราศอริริปู      ภพะภูมิมณฑล
เปรมโสตถิ์ประสบวัฒนะผล      ศุขะต้วยพระเดชา
๏ อำพนพระมณฑิรพระราช      ะนิวาศน์วโรฬาร์
อัพกันตร์ก็ไพจิตระพา      หิรภาคก็พึงชม
๏ เช่นหลั่งชลอดุสิตะเท      วสถานพิมานพรหม
มารังสฤษดิ์ศิริอุตม      ผิวะเทียบก็เทียมทัน
๏ สามยอดยะเยี่ยมยละระยับ      วะวะวับสลับพรรณ์
ช่อฟ้าตระการกละจะหยัน      จะเยาะยั่วทิฆัมพร
๏ บราลีพิลาศศุภจรูญู      นพศูลประกัศร
หางหงส์ผจงพิจิตระงอน      ดุจะกวักนภาลัย
๏ รอบด้านตระหง่านจตุรมุข      พิศะสุกอร่ามใส
กาญจน์แกมมณีกนกะไพ      ฑุริย์พร่างพะแพรวพราย
๏ บานบัฏพระบัญชระสลัก      ฉลุลักษณ์เฉลาลาย
เพดาลก็ดารกะประกาย      ระกะดาดประดิษฐ์ดี
๏ เพ่งภาพตลอดตละผนัง      ก็มะลังมะเลืองสี
ยิ่งดูก็เด่นประดุจะมี      ชิวะแม้นกมลครอง
๏ ภาพเทพพนมวิจิตระยิ่ง      นรสิงหะลำยอง
ครุฑยุตภุชงค์วิยะผยอง      และเผยอขยับผัน
๏ ลวดลายระบายระบุกระหนาบ      กระแหนภาพกระหนกพัน
แผ่เกี่ยวผกาบุษปะวัล      ลิและวางระหว่างเนือง
๏ ภายใต้เศวตร์ฉัตระรัต      นะจรัศจรูญเรือง
ตั้งราชอาศนะประเทีอง      วรมัญจบรรจ์ฐรณ์
๏ ห้อยย้อยประทีปอุบะประทิน      รศกลิ่นชเอมอร
อาบอบตระหลบนิจะขจร      ดุจะทิพย์สุมาลัย
๏ คัณนาอเนกคณะอนงค์      ศิริทรงเจริญูใจ
สรรพางคะพรรณพิศะประไพ      กละพิมพอับศร
๏ เรียงรายจรูงรมยะบาท      บริจาริกากร
ปันเวรพิทักษ์อธิบวร      ทิวรัตติ์นิวัทธ์วาร
๏ โดยรอบมหานคระเล่      หะสิเนรุปราการ
มั่นคงอรินทระจะราญ      ก็ระย่อและท้อหนี
๏ แถวถัมภะโดรณะสล้าง      ระยะนางจรัลมี
ชลคูประตูวรบุรี      ณ ระหว่างพระภารา
๏ เรียงป้อมและปักธวัชะราย      ยละค่ายก็แน่นหนา
เสาธงสถิตยะธุชะมา      ลุตะโบกสบัดปลาย
๏ หอรบอรินทรจะรอ      รณะท้อหทัยหมาย
มุ่งยุทธะย่อมชิวะมลาย      ก็ประลาศน์มิอาจทาน
๏ พร้อมพรั่งพฤนท์พหละรณ      พยุห์พลทหารหาญ
อำมาตย์และราชบริวาร      วุฒิเสวกากร
๏ เนืองแน่นขนัดอัศวะพา      หนะชาติกุญชร
ชาญศึกสมรรถะณสมร      ชยะเพิกริปูภินท์
๏ ความศุขก็แสนบรมศุข      และสนุกสนานยิน
ดีในผไทรัฐะบุริน      ทรรัตน์จรูญเรือง
๏ กลางวันอนันตคณนา      นรคลาคระไลเนือง
กลางคืนมหุศวะประเทือง      ดุริย์ศัพทะดีดสี
๏ บรรสานผสมสรนินาท      พิณะพาทย์และดนตรี
แซ่โสตร์สดับเสนาะฤดี      อุระเพลินเจริญใจ
๏ เมืองท้าวและเทียบพิพยโลก      ภพะแหล่งสุราลัย
เมืองท้าวและสมบุรณไพ      บุละทุกประการมาน
                  

ฉบงง ๑๖
๏ อันอรรคปุโรหิตอาจารย์      พราหมณ์นามวัสสการ
ฉลาดเฉลียวเชี่ยวชิน
๏ กลเวทโกวิทจิตร์จินต์      ประจักษ์แจ้งศิล
ปศาสตร์ก็จบสบสรรพ์
๏ เปนมหาอำมาตย์ราชวัล      ลภใครไป่ทัน
ฤเทียมฤเทียบเปรียบปาน
๏ สมัยหนึ่งจึ่งจอมภูมิบาล      ท้าวจินตนาการ
จะแผ่อำนาจอาณา
๏ ให้ราบปราบปรามเพื่อปรา      กฎไผทไพศา
ละจวบจังหวัดวัชชี
๏ หวังพระหฤทัยใคร่กรี      ฑาทัพโยธี
กระทำประยุทธ์เอาไชย
๏ ครั้นทรงดำริห์ตริไป      กลับยั้งหยั่งใน
มนัศมิแน่แปรเกรง
๏ หากหักจักได้ไชยเชวง      ฤๅแพ้แลเลง
พะว้าพะวังลังเล
๏ ไป่อาจสามารถทุ่มเท      ทำศึกรวนเร
พระราชหทัยโช่เบา
๏ ต้วยเหตุพระองค์ทรงเสา      วนะศัพท์สำเนา
ระเบงระบีอลือชา
๏ ว่ากษัตริย์วัชชีบรรดา      ครองรัชชสีมา
กเษตร์ประเทศทุกองค์
๏ อปริหานิยะธรรมธำรง      ทั้งนั้นมั่นคง
มิโกรธมิกร้าวร้าวฉาน
๏ เพึ่อธรรมดำเนินเจริญูการณ์      ใช่เหตุแห่งหานิ์
เจ็ดข้อจะคัดจัดไข
๏ หนึ่ง.เมื่อมีราชกิจใด      ปฤกษากันไป
บวายบหน่ายชุมนุม
๏ สอง.ย่อมพร้อมเลิกพร้อมประชุม      พร้อมพรักพรรคคุม
ประกอบณกิจควรทำ
๏ สาม.นั้นถือมั่นในสัม      มะจารีตจำ
ประพฤติ์มิตัดดัดแปลง
๏ สี่.ใครเปนใหญชะจง      โอวาทศาสน์แสดง
ก็ยอมและน้อมบูชา
๏ ห้า.นั้นอันบุตริ์ภิริยา      ผู้อื่นก็หา
ประทุษฐ์กระทำข่มเหง
๏ หก.ที่เจดีย์ชนเกรง      เคารพยำเยง
ก็เส้นก็บวงสรวงพลี
๏ เจ็ด.พระอรหันต์อันมี      โนรัฏฐ์วัชชี
ก็คุ้มก็ครองปัองกัน
๏ พร้อมสรรพสัปดพิธนิจนิรันตร์      สามัคคีธรรม์
ณหมู่กระษัตริย์ลิจฉวี
๏ อชาตศัตรูภูมี      ทรงทราบโดยคดี
ดั่งนั้นก็ครั่นคร้ามขาม
๏ ศึกใหญ่หากจะพยายาม      หาญหัก อาตาม
กำลังก็หนักนักหนา
๏ จำจักหักด้วยปัญญา      รอก่อนผ่อนหา
อุบายทำลายมูลความ
                  

อุปชาติฉันท์ ๑๑
๏ บรมกระษัตริย์ปรา      รภะการะปราบปราม
กับวัสสการพราหม      ะณพฤฒิอาจารย์
๏ ปฤกษาอุบายดำ      ริหะทำไฉนการ
จะสมนิยมภาร      ธุระปราถนาเรา
๏ สมัคคิ์สมานมิตร์      คณะลิจฉวีเขา
มั่นคงจะคิดเอา      ชนะด้วยประการใด
๏ ท่านวัสสการผู้      ทิชะครูฉลาดใน
อุบายคนึงไป      ก็ประจักษ์กระจ่างจินตน์
๏ เสนอสนองทูล      กละมูลยุบลรบิล
แต่องคภูมิน      ทอชาตศัตรู
๏ ตกลงและทรงนัด      แนะกะวัสสการครู
ตริเพื่อเผต็จมู      ละสมัคคไมตรี
๏ สมัยเสด็จว่า      กิจะราชะการี
เสนาธิบดี      มุขะมวญูอมาตย์ผอง
๏ โดยศักดิฐานัน      คระชั้นอนันต์นอง
ณท้องพระโรงทอง      ขณะเฝ้าพระบทมาลย์
๏ สดับปกาสิต      วระกิจวโรงการ
จึ่งราชะสมภาร      พจนาตถ์ประภาษไป
๏ เราคิดจะใคร่ยก      พยุห์พลสกลไกร
ประชุมประชิดไชย      รณะรัฏฐวัชชี
๏ ฉนี้แหละเสนา      ปติฐานะมนตรี
คอใครจะใคร่มี      พจะคานประการไร
๏ ฝ่ายพราหมณ์ก็กราบทูล      อติศูริย์ณทันใด
นยาธิบายไข      วจนัตถทัดทาน
๏ พระราชปรารม      ภนิยมมิควรการณ์
ขอองคภูบาล      พิเคราะห์เหตุจงดี
๏ อันซึ่งจะกรีฑา      พละทัพและไปดี
กระษัตริย์ณวัชชี      ชนบทสมหมาย
๏ มิแผกมิผิดพา      กยะข้าพระองค์ทาย
ไป่ได้สดวกตาย      และจะแพ้เพราะไพรี
๏ พวกลิจฉวีขัต      ติยรัชชวัชชี
ละองค์ละองค์มี      มิตระพันธะมั่นคง
๏ และแสนจะสามารถ      พละอาจกระทำสง
ครามยุทธยรรยง      มิระย่อมิเยงใคร
๏ เราน้อยจะย่อยยับ      ดละอัปราไชย
ฉนี้แหละแน่ใน      มนะข้าพยากรณ์
๏ และอีกประการเล่า      ผิวะเขาสิคิดคลอน
แคลนพาลระราญรอน      ทุจริตผจญเรา
๏ เป็นก่อนกระนั้นชอบ      ทุษะตอบก็ทำเนา
มิมีคดีเอา      ธุระเห็นบเปนธรรม
๏ และโลกจะล่วงวา      ทะติว่าพระองค์จำ
นงเจตนาดำ      ริห์วิรุธประทุษฐ์เขา
๏ กระนี้พระจุ่งปรา      รภะภาระแบ่งเบา
เพื่อกล่อมถนอมเกลา      มิตระภาพสงบงาม
                  

อีทิสังฉันท์ ๒๐
๏ ภูบดินทร์สตับอุปายะตาม
ณวาทะวัสสการะพราหมณ์      และบังอาจ
๏ เกินประมาณเพราะการละเมิดประมาท
มิควรจะขัตบรมราช      ชโยงการ
๏ ท้าวก็ทรงแสดงพระองคะปาน
ประหนึ่งพระราชหทัยธดาล      พิโรธจึง
๏ ผันพระกายกระทีบพระบาทและอึง
พระศัพทะสีหนาทะพึง      สยองภัย
๏ เอออุเหม่นะมึงชิช่างกระไร
ทุทาษสถุลฉนี้ไฉน      ก็มาเปน
๏ ศึกบถึงและมึงก็ยังมิเห็น
จะน้อยจะมากจะยากจะเย็น      ประการใด
๏ อวดฉลาดและคาดแถลงเพราะใจ
ขยาดขยั้นมิทันอะไร      ก็หมิ่นกู
๏ เล่หะกากะหวาดขมังธนู
บห่อนจะเห็นธวัชริปู      ก็ท้อถอย
๏ พ่ายเพราะไภยะตัวสิกลัวจะพลอย
พินาศชิพิตร์ประดิษฐ์ประดอย      ประเด็นขัด
๏ กูก็เอกอุดมบรมกษัตริย์
วิจาระถ้วนบควรจะทัด      จะทานคำ
๏ นี่ก็เห็นเพราะเปนอมาตย์กระทำ
พระราชการะมาฉนำ      สมัยนาน
๏ ใช่กระนั้นละไซร้จะให้ประหาร
ชิวาตม์และหัวจะเสียบประจาน      ณทันที
๏ นัคราภิบาลสภาบดี
และราชบุรุษฮะเฮ้ยจะรี      จะรอไย
๏ ฉุดกระชากกะลีอปรีชะไป
บพักจะต้องกะรุณอะไร      กะคนคด
๏ ลงพระราชอาชะญา ณ บท
พระอัยการพิพากษะกฎ      และโกนผม
๏ ไล่มิให้สถิตย์ณคามนิคม
นครมหาสิมานิยม      บุรีใด
๏ มันสมรรคสวามิภักดิใน
อมิตตะลิจฉวีก็ไป      บห้ามกัน
๏ เสร็จประกาศพระราชธูระสรรพ์
เสด็จนิวัติศุขาภิมัณฑ์      มหาคาร

         

ขอขอบคุณตู้หนังสือเรือนไทย
http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C

บันทึกการเข้า
imza
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2013, 03:48:50 pm »


อินทรวิเชียร ฉันท์ ๑๑
๏ ควรสุดจะสมเพช      จิตระเวทนาการ
ที่ท่านพฤฒาจารย์      พะกระทบประสบทัณฑ์
๏ โตยเต็มกตัญูญู      กตเวทิตาอัน
ใหญ่ยิ่งและยากครัน      ขรการณ์จะทานทน
๏ ยินดีนิยมเพี่อ      สละเนี้อและเลีอดตน
ยอมรับอดูรผล      จะพะพ้องพะพานกาย
๏ ไป่เห็นกะเจ็บแสบ      ชีวะแทบจะทำลาย
มอบสัตย์สมรรถหมาย      มนะมั่นมิหวั่นไหว
๏ หวังการ ณ แผ่นดิน      จะสดวกเพราะฉันใต
ให้กิจในฤทธิ์ไป      บมิเลี่ยงฤเบี่ยงเบือน
๏ เหลือที่จะมีใคร      ทมะในหทัยเหมีอน
กัดฟันบฟั่นเฟีอน      สติอดสกดเอา
๏ พวกราชมัลล์โดย      พละโบยมิใช่เบา
สุดหัตถะแห่งเขา      ขณะหวดสิพึงกลัว
๏ ยลเนื้อก็เนื้อเต้น      พิศะเส้นก็สั่นรัว
ทั่วร่างและทั้งตัว      ก็ระริกระริวไป
๏ แลหลังก็หลั่งโล      หิตโอ้เลอะลามไหล
พ่งผาดอนาถใจ      ตละล้วนระรอยหวาย
๏ เนี่องนับอเนกแนว      ระยะแถวตลอดลาย
เฆี่ยนครบสยบกาย      ศิระพับพะกับคา
๏ ทั้งหลายสหายมิต      ตะอมัจจะเสนา
ทัศน์เหตุทุเรศสา      หศะแสนสลดใจ
๏ สุดที่จะกลั้นโท      มนะโศกะอาลัย
ถ้วนหน้ามิว่าใคร      ขณะเห็นบเว้นคน
๏ แก้ไขและได้คืน      สติฟื้นประทังตน
จึ่งราชบุรุษกล      ปกกรณ์ก็โกนหัว
๏ เสื่อมศีศะผมเผ้า      พิศะเปล่าประจานตัว
เปนเยี่ยงประหยัดกลัว      ผิมะลักจะหลาบจำ
๏ เสร็จอาชะญาทัณฑ์      กิจะพลันประกาศทำ
ปัพพาชนีย์กรรม      ดุจะราชโองการ
๏ บรรดาประชาชน      ขณะยลทิชาจารย์
สุดแสนจะสงสาร      สรแซ่ประสาสันทน์
๏ บางคนกมลอ่อน      อุระข้อนพิไรพรรณน์
บางเหล่าวิสัยอัน      กุธะเกลียดก็เสียดสี
๏ บางพวกก็เปนกลาง      ยละข้างพิจารณ์ดี
บางหมู่กะรุณมี      ณหทัยก็ให้ของ
๏ พราหมณ์วัสสการเส      กละเล่หะทำนอง
ท่าทางละอย่างผอง      นระสิ้นบสงสัย
๏ ออกจากนครรา      ชะคฤห์รีบจรัลไป
สู่เทศสถานไกล      บุระรัฏฐัวัชชี      
                  

วิชชุมมาลาฉันท์ ๘



๏ แรมทางกลางเถี่อน      ห่างเพื่อนหาผู้
หนึ่งใดนึกดู      เห็นใครไป่มี
หลายวันถั่นล่วง      เมืองหลวงธานี
นามเวสาลี      ดุ่มเดาเข้าไป
๏ ผูกไมตรีจิตร์      เชิงชิดชอบเชื่อง
กับหมู่ชาวเมีอง      ฉันท์อัชฌาสัย
เล่าเรี่องเคืองขุ่น      ว้าวุ่นวายใจ
จำเปนมาใน      ด้าวต่างแดนตน
๏ เขาแสนสังเวช      สังเกตอาการ
แห่งท่านอาจารย์      ท่าทีทุกข์ทน
ภายนอกบอกแผล      แน่แท้ทุพพล
เห็นเหตุสมผล      ให้พักอาศรัย
๏ ข่าวคราวกล่าวกัน      เปนทันแพร่หลาย
ลือล่ำกำจาย      จนแจ้งทั่วไป
มนตรีกราบทูล      เค้ามูลขานไข
แด่องค์ท้าวไท      แหล่งหล้าลิจฉวี
๏ ทรงทราบข่าวสาสน์      โดยราชตำรัส
สัญญาอาณัติ      ทุ่มฆาฏเภรี
ทุกไท้ราชา      อาณาวัชชี
มาชุมนุมมี      การตฤกปฤกษา
๏ แน่นเนีองเนื่องนับ      ลำดับโดยหมู่
ทันใดราชผู้      เปนใหญ่ในสภา
เริ่มอารัมภ์พจน์      ตามบทมีมา
ชี้แจงจักปรา      รพภ์กันฉันใด
๏ พราหมณ์หนึ่งซึ่งเขา      เปนเปาโรหิตย์
พวกปัจจามิตร์      มาคธเขตร์ไผท
ต้องราชอาชญูา      หนีมาอาศรัย
จำไล่ให้ไป      ฤๅรับเลี้ยงดู
๏ พร้อมตกลงเปน      ความเห็นเดียวกัน
บ้านเมีองของมัน      นั้นเปนศัตรู
แห่งรัฏฐ์วัชชี      แม้มีแต้มคู
คิดมาตร์คาดมู      ลารัมภ์ทำกล
๏ เพื่อส่อไส้ศึก      ลับลึกสนธิ์สาย
หากเห็นแยบคาย      ผิดอย่างแผกยล
ไล่มันทันที      แต่นี่ในฉงน
ยากหยังยังปน      ไปข้างสงสัย
๏ รอไว้ให้หา      เข้ามาจักมี
ถ้อยท่าพาที      เท็จจริงฉันใด
สุดแท้แต่การณ์      ตามฐานเปนไป
สมควรอย่างไร      บัญชาคราหลัง
                  

อินทรวงศ์ฉันท์ ๑๒
๏ ราชาประชุมดำ      ริหะโดยประการะดัง
ดำรัสตระบัดยัง      วจนัตถ์ปวัตติพลัน
๏ ให้ราชภัฏโป      ริสะไปขมีขมัน
หาพราหมณ์ทุพลอัน      บุระเนระเทศะมา
๏ เขาพลันจรัลริบ      จระรุตประตุจประกา
สิตนำทิชาจา      ริยะสู่พระราชฐาน
๏ จึ่งลิจฉวีรา      ชะสภาบดีประธาน
มีราชโองการ      นยะปุจฉนีย์คตี
๏ เยียใดไฉนตู      กะระครูธล่วงกะลี
ข้อใหญ่อะไรมี      ทุระเหตุจะเสียจะหายน์
๏ จึ่งดาลอดูรพ้อง      ขรข้องระคนระคาย
หลังไหล่สิรอยหวาย      คณนาอนันต์ประมาณ
๏ ต้องทัณฑะบรรพา      ชนิย์มาก็ไกลสถาน
พรากพันธุวงศ์วาน      บุตรทาระมิตร์สหาย
๏ มาอยู่นครเรา      จะเสาะเอารหัสอุบาย
ฤๅไรก็ ยากหมาย      อนุมานะครันนะครู
๏ อันราชอชาตสัต      คุณรัฏฐู์มคธริปู
แห่งเราจะเอาภู      มิกะกันและกันประสงค์
๏ หลากเหลือจะเชี่อจิตร์      ผิวะคิดประหวั่นพะวง
เมตตาและเต็มปลง      จิตระจักประคับประคอง
๏ หนักข้างระคางอยู่      บมิรู้จะรับจะรอง
ภายหลังก็ตั้งตรอง      ตริฤเว้นระวังระแวง
๏ ฝายวัสสการครู      ก็มธูระทูลแถลง
ให้เชื่อและชี้แจง      อภิยาจนาภิปราย
                  

วสันตดิลกฉันท์ ๑๔
๏ ข้าแต่พระจอมจุฬมกุฎ      บริสุทธิกำจาย
ปรากฎพระยศระบุระบาย      กิติเบิกระบือบุญ
๏ เมตตาทยาลุศุภะกรรม      อุปถัมภะการุญ
สรรเสริญเจริญพระคุณะสุน      ทระภาพพิบูลย์งาม
๏ เปรียบปานมหรรณพะนที      รมะที่ ประทังความ
ร้อนกายกระหายอุทกะยาม      นระผู้ประสบเห็น
๏ เอิบอิ่มกระหยิมหทยะคราว      กระอุผ่าวก็ผ่อนเย็น
ยังอุณหะมุญจนะและเปน      ศุขะปีติดีใจ
๏ อันข้าพระองค์กษณะนี้      บมิมีจะร้อนใด
ยิ่งกว่าและหามนุษไหน      ฤเสมีอนเสมอตน
๏ ใคร่เปลื้องประเทืองประนุทะทุกข์      ภยะมุขจะมาดล
ไร้ญาติและขาตมิตระสกล      นฤผู้จะดูดาย
๏ โดยเดียวอดักอดุระแด      และก็แก่ชรากาย
ที่ซึ่งจะพึงสรณะหมาย      อนุศรบห่อนเห็น
๏ ทราบข่าวขจรพระกิติบา      ระมิว่าพระองค์เปน
เอกอรรคกระษัตริย์สุขุมะเพ็ญ      กรุณามหาศาล
๏ หวังเพื่อพะพิงบพิตระพึ่ง      อภิโพธิสมภาร
มอบกายถวายชิพิตตระปราณ      นิจะกาละปรารมภ์
๏ คิดไว้บได้ประดุจะเจตน์      เฉภาะเหตุบเห็นสม
ขืนทำก็เท่ากะจะนิยม      คติผิดพิจารณ์ดู
๏ ขึ้นชื่อกระฉ่อนบุรุษะกัก      ขละอักกตัญญู
คิดคดขบถประทุษะภู      วะประเทศผไทตน
๏ จำเปนเพราะเหลีอจะทุมนัศ      บมิน่าจะรับผล
แห่งราชภัยพิบัติดล      ดุจะนี้พินิจดู
๏ เหตุเดิมก็โดยบรมะรา      ชอชาตะศัตรู
ปฤกษากะข้ายุคละมู      ลิกะมุขมนตรี
๏ จักยาตร์พยู่ห์พหละยุท      ธะประทุษฐะย่ำยี
เขตร์แดนพระองค์นิยมะนี      ระประโยชน์พยายาม
๏ ข้าบาทบจงจิตระอสัตย์      พิเคราะห์ชัดถนัดความ
จริงอ้างกระจ่างพจนะตาม      อธิบายรบิลแจง
๏ วัชชีนครบวระสรร      พะจะขันจะเข้มแขง
รี้พลสกลพิริยแรง      รณะการะกล้าหาญู
๏ มาคธผไทรัฐะนิกร      พละอ่อนบชำนาญ
ทั้งสินจะสู้สมระราญ      รึปุนั้นไฉนไหว
๏ ดั่งอินทโคปกะผวา      มุหะฝ่า ณ กองไฟ
หิ่งห้อยสิแข่งสุริยะไหน      จะมิน่าชิวาลาญ
๏ เห็นการณ์ก็ควรยบละขัต      พจนัตถะทัดทาน
บัดดลบดินทร์หทยะตาล      ลพิโรธะสำแดง
๏ ลงราชทัณฑะพิธะทา      รุณะการะร้ายแรง
ไม่ควรเฉลยนยะแถลง      เพราะพระองค์ก็ทรงเห็น
๏ กราบทูลประมูลบทะประมวญ      ตละล้วนตลอตเปน
ความจริงบแต่งกละประเด็น      นิระสาระพาที
๏ ทีดับระงับอตุระผ่อน      ก็บห่อนจะเห็นมี
นอกจากพระองค์อดุละสี      ตลเมตตะคุณมัย
๏ มุ่งมาก็หมายกมละมี      สรณียะเปนไป
ครองชีวะสืบศุขะพิสัย      อนุสนธิอาสัญ
๏ มั่นปองสนองวระคุณา      ธิมหากะรณครัน
ในราชกิจนิจะนิรัน      ดระตราบสลายกาล
๏ สุดแต่จะทรงพระกรุณา      ทนข้าพระบทมาลย์
ผู้ถืออภัพพ์ทุพพละซาน      เสาะอุสาหะมาถึง
                  
๑๐
วังสัฏฐฉันท์ ๑๒
๏ ประชุมกระษัตริย์รา      ชะสภาสดับคนึง
คเรณทุกข์รึง      อุระอัตถ์ประวัติประวิง
๏ ประกอบระกำพา      หิระกายะน่าจะจริง
มิใช่จะแอบอิง      กละอำกระทำอุบาย
๏ และทุกพระองค์ใน      คณะไป่ฉงนฉงาย
ก็เชื่อฌแยบคาย      คะรุวัสสการะพราหมณ์
๏ ตระบัตธรับสั่ง      ผิวะดั่งวจีนิยาม
ละล้วนก็ควรความ      และมิร้ายมิแรงอะไร
๏ อชาตะศัตรู      จุฬะภูว์มคธผไท
มิควรจะมีใจ      กุธะเกรี้ยวกระนี้สิหนอ
๏ และเหตุก็เท่านั้น      ผิจะผันจะผ่อนก็พอ
ระงับพิโรธรอ      พิเคราะห์เห็น บ เปนกระไร
๏ เถอะเราก็เอนดู      ทิชะครูและเศร้าหทัย
เพราะที่ธมีใจ      สุจริตวินิจวิจารณ์
๏ พะพ้องพระอาชญา      บมิน่าจะเปนจะปาน
มิหนำนิเทสการ      ทวิวิธลุทัณฑะทวน
๏ จะรับและเลี้ยงท่าน      อุปการ ณ ฐานะควร
ก็จงละเว้นมวล      มละโทษประพฤติสุธรรม์
๏ ประดุจขนบข้า      ธุระราชะกิจจสรรพ์
ทิชงคะน้อมอัญ      ชลิเช่นจะชื่นจะชู
๏ และมีพระปุจฉา      นยะว่าก็ครา ณ ครู
ฉลองพระคุณภู      ธระรับพระราชธูร
๏ สถิตย์ ณ ฐานัน      ดระชั้นอะไรจะปูน
ประกอบและเกื้อกูล      ดุจะดั่งบุราณะมา
๏ ทวิชแถลงไท      กิจะในสมัยณะกา
ละอยู่นครรา      ชคฤห์ศักดิข้าธุลี
๏ สเถียรอมาตย์ฐา      นะพิจารณาคดี
พิฉินทะธารี      ดุละกิจพิพากษะการ
๏ กระษัตริย์กเษตร์ลิจ      ฉวิหล้าพระราชะทาน
สถาปนาฐาน      ยศะเทอดธุโรปถัมภ์
๏ และเห็นเพราะเปนครู      วุฒิรู้วิชาและชำ
นิพลปศาสตร์คัม      ภิระเพทพิเศษพิศาล
๏ ประสิทธิดำแหน่ง      คะรุแห่งพระราชกุมาร
นิพัทธะเอาภาร      อนุสิฏฐะวิทยา
                  

ขอขอบคุณ ตู้หนังสือเรือนไทย  http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C



บันทึกการเข้า
imza
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2013, 04:00:28 pm »

๑๑
มาลินีฉันท์ ๑๕
๏ กษณะทวิชะรับฐา      นันดร์และที่วา
ทกาจารย์
๏ นิระอลสะประกอบการ      พีริโยฬาร
และเต็มใจ
๏ จะพินิจยะคดีใด      เที่ยง ณ บทใน
พระธรรมนูญู
๏ ละมนะอคติสีสูญู      ยุกติบาฐบูรณ์
ณคลองธรรม์
๏ ลุสมยะจะแนะนำพรรค์      ราชกุมารสรรพ์
ธพรำสอน
๏ หฤทยปริอาทร      ชี้วิชากร
ก็โดยดี
๏ เพราะตริจะทนุถนอมปรี      ตามิไห้มี
ระแวงใด
๏ ผิวจะวิรุธะแคลงใน      ราชหทัยไท
ธลิจฉวี
๏ เพราะปกรณะวิธีมี      เล่หะลับนี
ระสงสัย
๏ คณะขัติยะและใครใคร      ต่างก็ไว้ใจ
ทิชาจารย์
                  
๑๒
ภุชงคปยาตรฉันท์ ๑๒
๏ ทิชงค์ชาติ์ฉลาดยล      คเนกลคนึงการ
กษัตริย์ลิจฉวีวาร      ระวังเหือดระแวงหาย
๏ เหมาะแก่การจะเสกสัน      ปวัตติ์วัญจะโนบาย
มล้างเหตุพิเฉทสาย      สมัคคิ์สนธิ์สโมสร
๏ ณ วันหนึ่งลุถึงกา      ละศึกษาพิชากร
กุมารลิจฉวีวร      เสด็จพร้อมประชุมกัน
๏ ตระบัดวัสสการมา      สถานราชะเรียนพลัน
ธแกล้งเชิญกุมารฉันท์      สนิทหนึ่งพระองค์ไป
๏ ลุห้องหับระโหฐาน      ก็ถามการณะทันใด
มิลี้ลับอะไรใน      กถาที่ธปุจฉา
๏ จะถูกผิดกระไรอยู่      มนุษผู้กระทำนา
และคู่โคก จูงมา      ประเทียบไถมิใช่หรือ
๏ กุมารลิจฉวีขัติย์      ก็รับอัตถะอออือ
กะสิกชนกระทำคือ      ประดุจคำพระอาจาย์
๏ ก็เท่านั้นธเชิญให้      นิวัติในมิช้านาน
ประสิทธิ์ศิล์ปประสาสน์สาร      ตลอดเลิกลุเวลา
๏ อุรสลิจฉวีสรร      พะชวนกันเสด็จมา
และต่างซักกุมารรา      ชะองค์นั้นจะเอาความ
๏ พระอาจารย์สิเรียกไป      ณ ข้างใน ธ ไต่ถาม
อะไรเธอเสนอตาม      วจีสัตย์กะพวกเรา
๏ กุมารนั้นสนองสา      ระวากย์วาทะตามเลา
เฉลยกับพระครูเปา      รุหิตย์โดยคดีมา
๏ กุมารอื่นก็สงสัย      มิเชี่อในพระวาจา
สหายราชธพรรณ์นา      และต่างองค์ก็พาที
๏ ไฉนเลยพระครูเรา      จะพูดเปล่าประโยชน์มี
เลอะเหลวนักละล้วนนี      ระผลเห็นบเปนไป
๏ เถอะถึงถ้าจะจริงแม้      ธกล่าวแท้ก็ทำไม
สิชวนเข้า ณ ข้างใน      จะถามนอกบยากเย็น
๏ ชรอยว่าทิชาจารย์      ธคิดอ่านกะท่านเปน
รหัสเหตุประเภทเห็น      ละแน่ชัดถนัดความ
๏ และท่านมามุสาวาท      บกล้าอาจจะบอกตาม
พจีจริงพยายาม      ไถลแสรงแถลงสาร
๏ กุมารราชมิตร์ผอง      ก็สอดคล้องและแคลงดาล
พิโรธกาจวิวาทการ      อุบัติขึ้นเพราะขัดเคือง
๏ พิพิธพันธะไมตรี      ประดามีนิรันดร์เนือง
กะองค์นั้นก็พลันเปลีอง      มลายปลาศท์พินาศปลง
                  
๑๓
มาณวกฉันท์ ๘



๏ ล่วงลุประมาณ      กาลอนุกรม
หนึ่ง ณ นิยม      ท่านทวิชงค์
เมื่ออนุสิฏฐ์      วิทยะยง
เชิญูวระองค์      เอกะกุมาร
๏ เธอจระตาม      พราหมะณะไป
โดยเฉพาะใน      ห้องรหุฐาน
จึ่งพฤฒิถาม      ความพิศดาร
ขอธประทาน      โทษะและไข
๏ อย่าติคะรู      หลู่พจะเลย
ท่านสิเสวย      ภัตต์กะอะไร
ในทินะนี้      ดีฤไฉน
พอหฤทัย      ยิ่งละกระมัง
๏ ราชธก็เล่า      เค้าณประโยค
ตามบริโภค      แล้วขณะหลัง
วาทะประเทือง      เรึ่องก็ประทัง
อาคมะยัง      สิกขะสภา
๏ เสร็จอนุสาสน์      ราชอุรส
ลิจฉวิหมด      ต่างธก็มา
ถามนยะอัน      ท่านวุฒิอา
จาริยะปรา      รพภะอะไร
๏ เธอก็แถลง      แจ้งกิจะมวล
ความตละล้วน      จริงณหทัย
ต่างก็มิเชื่อ      เมื่อตริไฉน
จึ่งผละใน      เหตุบมิสม
๏ ขุ่นมนะเคือง      เรื่องนฤสาร
เช่นกะกุมาร      ก่อนก็ระดม
เลิกสละแยก      แตกคณะกลม
เกลียวบนิยม      คบดุจะเดิม
                  
๑๔
อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
๏ ทิชงค์เจาะจงเจตน์      กละห์เหตุยุยงเสริม
กระหนำและซำเติม      นฤพัทธะก่อการ
๏ ละครั้งระหว่างครา      ทินะวาระนานนาน
เหมาะท่าทิชาจารย์      ธก็เชิญเสด็จไป
๏ บห่อนจะมีสา      ระฤหาประโยชน์ใด
กระนั้นเสมอไน      ยะธแสร้งเสาะสนถาม
๏ และบ้างก็พูดว่า      น่ะแน่ะข้าสตับตาม
ยุบลระบิลความ      พจะแจ้งกระจายมา
๏ ลเมิตติเตียนท่าน      ก็เพราะท่านสิแสนสา
ระพัดทลิทท์ภา      วะและสุดจะขัดสน
๏ จะแน่มิแน่เหลีอ      มนะเชี่อเพราะยากยล
ณที่บมีคน      ธก็ควรขยายความ
๏ และบ้างก็กล่าวว่า      น่ะแน่ะข้าจะขอถาม
เพราะทราบคดีตาม      วจะลือระบือมา
๏ ติฉินเยาะเย้ยท่าน      ก็เพราะท่านสิแสนสา
ระพรรณพิกลกา      ยะพิลึกประหลาดเปน
๏ จะจริงมิจริงเหลีอ      มนะเชื่อเพราะไป่เห็น
ผิดข้อบลำเค็ญู      จิตระควรขยายความ
๏ กุมาระองค์เสา      วนะเค้าคดีตาม
กระทู้พระครูถาม      ธก็แสนจะสงสัย
๏ ก็คำบกอบการณ์      คะรุท่านจะถามไย
ธซักเสาะสืบใคร      ระบุแจ้งกะอาจารย์
๏ ทวิชก็บอกว่า      พระกุมาระโน้นขาน
ยุบลกะข้ากาล      เฉภาะอยู่กะกันสอง
๏ กุมารพระองค์นั้น      ธมิทันจะตฤกตรอง
ก็เชื่อณคำของ      วุฒิครูและวู่วาม
๏ พิโรธกุมารอง      คะเจาะจงพยายาม
ยุครูเพราะเอาความ      บมิดีประเดตน
๏ ก็พ้อและต่อว่า      ทิฐิมานะเกิดจน
ลุโทษะสืบสน      ธิวิวาทเสมอมา
๏ และฝ่ายกุมารหมู่      ทิชะครูบเรียกหา
ก็แหนงประดารา      ชะกุมารทิชงค์เชิญ
๏ พระราชบุตร์ลิจ      ฉวิมิตตจิตร์เมิน
กะกันและกันเหิน      คณะห่างก็ต่างถือ
๏ ทนงชนกตน      วุฒิล้นประเสริฐลือ
ก็หาญกระเหิมฮือ      มนะฮึกบนึกขาม
                  
๑๕
สัทราฉันท์ ๒๑
๏ ลำดับนั้นวัสสการพราหมณ์      ธก็ยุศิษยะตาม
เล่ห์อุบายงาม      ฉงนงำ
๏ ปวงโอรสลิจฉวีตำ      ริหะวิรธะและสำ
คัญประดุจคำ      ธเสกสัน
๏ ไป่เหลือเลยสักพระองค์อัน      มิละปิยะสหฉันท์
ขาดสมรรคพันธ์      ก็อาดูร
๏ ต่างองค์นำความมิงามทูล      พระชนกะอดิศูริย์
แห่งธโดยมูล      ปวัตติ์ความ
๏ แตกร้าวกร้าวร้ายก็ป้ายปาม      ลุวระบิตระลาม
ทีละน้อยตาม      ณเหตุผล
๏ ที่เชื่อฟังพจน์อุรสตน      นฤวิเคราะหะเสาะสน
สืบจะหมองมล      เพราะฉันใด
๏ แลทั้งท่านวัสสการใน      ขณะยละจะเหมาะไฉน
เสริมเสมอไป      สดวกดาย
๏ หลายอย่างต่างกลธขวนขวาย      ระบิละยุปริยา
วัญูจโนบาย      บเว้นครา
๏ ครั้นล่วงสามปีประมาณมา      คณขัติยะประดา
ลิจฉวีรา      ชะทั้งหลาย
๏ สามัคคีธัมมะทำลาย      มิตระภิทนะกระจาย
สรรพะเสื่อมหายน์      ก็เปนไป
๏ ต่างองค์ทรงแคลงระแวงใน      พระหฤทยะนิสัย
ผู้พิโรธใจ      ระวังกัน
             

ขอขอบคุณตู้หนังสือเรือนไทย

http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C

บันทึกการเข้า
imza
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2013, 04:15:01 pm »



๑๖
สาลินีฉันท์ ๑๑
๏ พราหมณ์ครูรู้สังเกต      ประจักษ์เหตุตระหนักครัน
ราชาวัชชีสรร      พะจักสู่พินาศสม
๏ ยินดีบัดนี้กิจ      จะสัมฤทธิ์มนารมณ์
ทำมาด้วยปรากรม      และอุตสาหะแห่งตน
๏ ให้ลองตีกลองนัด      ประชุมขัตติ์ยมณฑล
เชิญูซึ่งส่ำสากล      กษัตริย์สู่สภาคาร
๏ วัชชีภูมีผอง      สดับกลองกระหึมขาน
ทุกไท้ไป่เอาภาร      ณกิจเพื่อเสด็จไป
๏ ต่างทรงรับสั่งว่า      จะเรียกหาประชุมไย
เราใช่เปนใหญู่ใจ      ก็ขลาดกลัวบกล้าหาญ
๏ ท่านใดที่เปนใหญ่      และกล้าใครบเปรียบปาน
พอใจใครในการ      ประชุมชอบก็เชิญเขา
๏ ปฤกษาหาฤๅกัน      ไฉนนั้นก็ทำเนา
จักเรียกชุมนุมเรา      บแลเห็นประโยชน์เลย
๏ รับสั่งผลักไสส่ง      และทุกองค์ธเพิกเฉย
ไป่ได้ไปดั่งเคย      สมรรคเข้าสมาคม
                   
๑๗
อุปัฏฐิตาฉันท์ ๑๑
๏ เห็นเชิงพิเคราะห์ช่อง      ชนะคล่องประสบสม
พราหมณ์เวทะอุดม      ธก็ลอบแถลงการณ์
๏ ให้วัลลภะชน      คมะดลประเทศฐาน
กราบทูลนฤบาล      อภิเผ้ามคธไกร
๏ แจ้งลักษณะสา      สนะว่ากระษัตริย์ใน
วัชชีบุระไก      วละหล้าตลอดกัน
๏ บัดนี้สิก็แตก      คณะแผกและแยกพรรค์
ไป่เปนสหะฉัน      ทะเสมือนเสมอมา
๏ โอกาศเหมาะสมัย      ขณะไหนประดุจครา
นี้แล้วก็ยากหา      จะลุได้สดวกดี
๏ ขอเชิญวระบาท      พยุห์ยาตร์เสด็จกรี
ฑาทัพพละพี      ริยะยุทธะโดยไว
                   
๑๘
สุรางคณางค์ ๒๘
๏ บพิตร์อชา
ตะสัตตรา      ชะรัฏฐะไกร
สดับณสาสน์      พระราชหทัย
ธปรีดิใด      บเปรียบบปาน
๏ พระเผยประภาษ
กะมุขอมาตย์      บดีประธาน
ตระเตรียมสกล      พหลทหาร
สมรรถะชาญ      ประดังประตา
๏ สพรึบสพรั่ง
ณหน้าและหลัง      ณซ้ายและขวา
ละหมู่ละหมวด      ก็ตรวจก็ตรา
ประมวญกะมา      ก็มากประมาณ
๏ นิกายเสบียง
ก็พอก็เพียง      พโลปการ
และสัตถะภัณ      ฑะสรรพะภาร
จะยุทธะราญ      กะเรียกระดม
๏ ประชุมพยูห์
กระเกริกกระกรู      กระหยิ่มนิยม
ละล้วนสง่า      มนาภิรมย์
บขามระทม      มิท้อริปู
๏ สมานสมัคคิ์
ระเริงและรัก      จะรบศัตรู
ฉลองพระคุณ      พระจุฬภูว์
พิไชยะชู      พระเกียรดิ์ไผท
๏ จะดีจะงาม
เพราะเข้าสนาม      ประยุทธะไกร
เหมาะนามทหาร      ละคร้านไฉน
และสมกะใจ      บุรุษสมัญญู์
๏ ก็โห่และฮึก
ประหัฏฐ์คะคึก      ประกวดประชัน
ณ ท้องพระลาน      ประมาณอนันต์
อเนกะสรร      พะเตรียมคระไล
                   
๑๙
โคฏกฉันท์ ๑๒
๏ ประลุฤกษะมหุดิ์      ทินะอุตตมะไกร
รณรงคะวิไช      ยะดิถีศภะยาม
๏ ทิชะพฤฒิปุโร      หิตโกวิทะพราหมณ์
ก็ประกอบกิจะตาม      นิติไสยยะพิธี
๏ ทนุเพึ่ออภิมง      คละสงเคราะห์ทวี
ศิริวัฑฒนะกรี      ฑะเผด็จดัษกร
๏ บุรพัณหะสมัย      ลุอุทัยระวิวร
นฤนารถอดิศร      ธเสด็จสระสนาน
๏ วรองค์อภิมัณฑ์      ศุภะสรรพะประการ
ดุจะขัตติย์บุราณ      รณะยุทธะนิยม
๏ พระเสด็จรัฐะยา      บทะคลาอนุกรม
ฐิตะเกยชยะชม      พละพฤนทะนิกร
                   
๒๐
ฉบงง ๑๖
๏ เนมิตต์เชษฐวิทยุตดร      รอพอบวร
มหุติ์อุดมดีดล
๏ ให้ฆาฏฆ้องไชยมงคล      คำรบสามหน
เฉลิมพระฤกษ์เบิกธง
๏ ทุ่มอินทรเภรีเร่งคง      คาบลาล้วนลง
มะโหระทึกคฤกโครม
๏ ดุริยางค์ดนตรีนี่ประโคม      สังข์แตรแซ่โหม
กระหึมสนั่นบรรสาน
๏ ราชามาคธภูมิบาล      เถลิงหลังคชาธาร
ประเสริฐสง่างามทรง
๏ ควรขัตติยยานยรรยง      เพียงพาหนาศน์องค์
สหัสสนัยน์ใดปาน
๏ ครบเต็มเครื่องตั้งหลังสาร      กูบแพรแลลาน
ละล้วนบรรเจิดเฉิดฉัน
๏ โอภาษอาภรณ์อรรคภัณฑ์      คชลักษณ์ปิลันทน์
ก็เลิศก็ล้ำลำยอง
๏ แพร้ว ๆ พราย ๆ ข่ายกรอง      ก่องสกาวดาวทอง
และพู่สุพรรณสรรถกล
๏ สองพลุกสุกวะลัยเลอยล      ลาดพัตถ์รัตคน
และปกขนองซองหาง
๏ งวงเสยเงยเศียรส่ายพลาง      เทอดทันต์ท่าทาง
สง่าบล้ากำลัง
๏ ขุนคอคชคุมกุมอัง      กุษกรายท้ายยัง
ขุนควาญประจำดำรี
๏ เครื่องสูงครบสรรพ์อันมี      ตามบุรพประเพณี
พยุหบาตรยาตรา
๏ จาตุรังคิกะแสนเสนา      เนึ่องสุดสายตา
ตลอดตลึงแลลาน
๏ ขุนคชขึ้นคชชินชาญ      คุมพลคชสาร
ละตัวกำแหงแขงขัน
๏ เคยเศิกเข้าศึกฮึกครัน      เสียงเพรียกเรียกมัน
คำรนประดุจเดือดดาล
๏ อร่ามเรืองต้วยเครื่องอลังการ      นายขอหมอควาญ
ก็ขี่กะรีดำเนิน
๏ พลหัยพิศเห็นเช่นเหิน      หาวเหาะเหยาะเดิน
เดาะเตือนก็เต้นตีนซรอย
๏ ต่างตัวดีดโลดโดดลอย      เลิงเล่นแผ่นคอย
จะควบประกวดอวดพล
๏ สีกายฝ้ายแซมแกมขน      ดำบ้างด่างปน
กระเลียวและเหลืองแดงพรรณ
๏ โสภาอัศวากรณ์สรรพ์      ตาบหน้าพร่าวรร
ณะเด่นดำกลกาญจน์มณี
๏ ยาบย้ายห้อยพู่ดูดี      ขลุมสวมกรวมศี
ศะคาดกนกแนมเกลา
๏ สายถือสายง่องถ่องเพรา      คล้องสอดสายเหา
งามทั้งพะนังโกลนอาน
๏ ขุนอัศว์อาตม์โอ่โอหาร      รำทวนเทอดปาน
ประหนึ่งจะโถมโจมแทง
๏ ต่างขับแสะขี่เข้มแขง      ควงแส้สำแดง
ดุรงค์วิธีโรมรณ
๏ ดาษดาคลาคล่ำส่ำพล      บทจรอนนต์
อเนกคแนนคัณนา
๏ ปลุกเศกเลขยันต์ว่านยา      อาคมคาถา
ประสิทธิขลังทั้งกาย
๏ เสื้อผ้าสารพัดจัดหลาย      หมู่หมวดมากมาย
ก็มละอย่างต่างกัน
๏ แรงหัตถ์กวัดแกว่งซึ่งสรรพ์      ศัสตราวุธอัน
วะวาบวะวาวขาวคม
๏ พลรถแหล่ล้วนควรชม      แอกงอนอ่อนสม
สง่าประกอบดุมกง
๏ เล็งสูงลิ่วสวยชวยธง      ชายโบกชวนบง
สบัดระริ้วปลิวปลาย
๏ ปีนไฟใส่ล้อเลื่อนราย      หามลากมากหลาย
และลูกกระสุนดินดำ
๏ พร้อมสรรพกองทัพโดยลำ      ดับล้วนควรยำ
ระย่อสยองเยงยล
๏ เคลื่อนคลายพลนิกายสกล      เต็มสองฟากสถล
อุโฆษผสานศัพท์ฟัง
๏ เสียงสารแสะร้องก้องดัง      เสียงโกลนเตือนพะนัง
และเสียงพยู่ห์โยธี
๏ เสียงแซ่สังคีตตีตสี      พาทย์กลองฆ้องตี
สิกัมปนาทหวาดไหว
๏ ผงคลีมืดคลุ้มกลุ้มไป      ปานพี้นแผ่นไผท
ทำลายถล่มจมเอียง
๏ ออกจากราชคฤห์เขตร์เวียง      มุ่งแคว้นแดนเชียง
วัชชีประชิดชิงไชย

ขอขอบคุณตู้หนังสือเรือนไทย

http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C


บันทึกการเข้า
imza
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2013, 04:16:57 pm »


๒๑
กมลฉันท์ ๑๒
๏ อนุมัคคะกรีฑา      พละคลาคะคล่ำไป
ณระหว่างวนาลัย      ละเลาะทุ่งและนาเนิน
๏ อนุจรสิขรเขา      บถะเต้าวิถีเถิน
ระยะทางสไกลเกิน      ก็คะค้อยคระไลคลา
๏ ผิวะกาละมัชฌัน      ติกะอันระวีสา
หัศะร้อนและอ่อนกา      ยะสกนธ์พหลหาญ
๏ ก็มิรีบมิรัดเอื้อ      ทนุเพื่อสบายบาน
พละปรีดิสำราญ      ศุขะพอก็ต่อไป
๏ สุริยงคะสายัณห์      ผิจะดั้นจะเดินใน
พนะยากก็อาศรัย      นิทระแรมระวังกัน
๏ บุรพัณหะเพลา      ลุก็คลาก็ขับสัญ
จระต่อวนารัญ      ญปถานุกรมไป
๏ เพราะประสงค์จะปลุกกล้า      อุปการะเอาใจ
บ ระอิดระอาใด      ขณะเมี่อมิจำเปน
๏ กิจะสรรพะทั้งหลาย      มนะนายตระหนักเห็น
อุระใพร่จะลำเค็ญ      และจะควรวินุทไฉน
๏ ก็จะมีกะใจภัก      ดิสมรรคและชิงไชย
อริหมู่ริปูใน      รณะภูมิเต็มพล
๏ จระโดยวนันดร      และระรอนระแรมจน
ลุกระทั่งนทีดล      ดิระดิตถะขอบคัน
๏ ธุระจำจะต้องข้าม      ชละยาตร์พยู่ห์ขันธ์
พละไกรคระไลบรร      สุวิสาลิธานี
                  
๒๒
วิชชุมมาลาฉันท์ ๘



๏ ข่าวเศิกเอิกอึง      ทราบถึงบัดดล
ในหมู่ผู้คน      ชาวเวสาลี
แทบทุกถิ่นหมด      ชนบทบูรี
อกสั่นขวัญหนี      หวาดกลัวทั่วไป
๏ ตื่นตาหน้าเผือด      หมดเลีอดสั่นกาย
หลบลี้หนีตาย      วุ่นหวั่นพรั่นใจ
ซุกครอกซอกครัว      ซ่อนตัวแตกไภย
เข้าดงพงไพร      ทิ้งย่านบ้านตน
๏ เหลือจักห้ามปราม      ชาวคามล่าลาศน์
พันหัวหน้าราษฎร์      ขุนด่านดำบล
หาฤๅแก่กัน      คิดผันผ่อนปรน
จักไม่ให้พล      มาคธข้ามมา
๏ จึ่งให้ตีกลอง      ป่าวร้องทันที
แจ้งข่าวไพรี      รุกเบียฬบีฑา
เพื่อหมู่ภูมี      วัชชีอาณา
ชุมนุมบัญูชา      ป้องกันฉันใด
๏ ราชาลิจฉวี      ไป่มีสักองค์
ที่ทรงจำนง      เพื่อจักเสด็จไป
ต่างองค์ดำรัส      เรียกนัดทำไม
ใครเปนใหญ่ใคร      กล้าหาญเห็นดี
๏ เชิญเทอญท่านต้อง      ขัดข้องข้อไหน
ปฤกษาปราไส      ตามเรี่องตามที
แต่ส่วนเราใช่      เปนใหญ่แลมี
ใจอย่างผู้ภี      รุกห่อนอาจหาญ
๏ ต่างทรงสำแดง      ความแขงอำนาจ
สามัคคีขาด      แก่งแย่งโดยมาน
ภูมิศร์ลิจฉวี      วัชชีรัฏฐบาล
ไป่ชุมนุมสมาน      แม้แต่สักองค์
                  
๒๓
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
๏ ปิ่นเขตร์มคธขัต      ติยะรัชชธำรง
ยั้งทัพประทับตรง      นคเรศวิสาล
๏ ภูธรธสังเกต      พิเคราะห์เหตุณธานี
แห่งราชะวัชชี      ขณะเศิกประชิดแดน
๏ ดูดั่งบรู้ศึก      และมินึกจะเกรงแกลน
ฤๅคิดจะตอบแทน      รณะเพึ่อระงับไภย
๏ นิ่งเงียบสงบงำ      บมิทำประการใด
ปรากฎประหนึ่งใน      บุระว่างและร้างคน
๏ แน่โดยมิพักสง      สยะคงกระทบกล
ท่านวัสสการจน      ลุกระนี้ประจักษ์ตา
๏ ภินท์พัทธะสามัค      คิยะพรรคพระราชา
ชาวลิจฉวีวา      ระจะพ้องอนัตถ์ไภย
๏ ลูกข่างประดาทา      รกะกาละขว้างไป
หมุนเล่นสนุกไฉน      ดุจะกันฉนั้นหนอ
๏ คูรวัสสการเเส่      กละแหย่ยุดีพอ
ปั่นป่วนบเหลือหลอ      จะมิร้าวมิรานกัน
๏ ครั้นทรงพระปรารพภ์      กิจะจบธจึ่งบัญ
ชานายนิกายสรร      พะทแกล้วทหารหาญู
๏ เร่งทำอุลุมป์เว      ฬุคเนกะเกณฑ์การ
เพื่อข้ามนทีธาร      จระเข้านครบร
๏ เขารับพระบัณฑูร      อดิศูริย์บดีศร
ภาโรปกรณ์ตอน      ทิวะรุ่งสฤทธิ์พลัน
๏ จอมนารถพระยาตรา      พยุหาธิทัพขันธ์
โดยแพและพ่วงปัน      พละข้ามณคงคา
๏ จนหมดพหลเนือง      ยละเนืองขนัดคลา
ขึ้นฝั่งลุเวสา      ลิบุเรศสดวกดาย
                  
๒๔
จิตรปทาฉันท์ ๘



๏ นาคะระธา      นิวิสาลี
เห็นริปุมี      พละมากมาย
ข้ามติระชล      ก็ลุพ้นหมาย
มุ่งจะทลาย      พระนครตน
๏ ต่างก็ตระหนก      มนะอกเต้น
ตื่นบมิเว้น      ตละผู้คน
ทวบุระคา      มะจลาจล
เสียงอลวน      อลเวงไป
๏ สรรพะสกล      มุขะมนตรี
ตรอมจิตระภี      รุกะเภทไภย
บางคณะอา      ทระปราไส
ยังมิกระไร      ขณะนี้หนอ
๏ ควรบริบาล      พระทวารมั่น
ต้านประทะกัน      อริก่อนพอ
ขัตติยะรา      ชะสภารอ
ดำริหะขอ      วระโองการ
๏ ทรงตริไฉน      ก็จะได้ทำ
ตามนยะดำ      รัสะภูบาล
เสวกะผอง      ก็เคาะกลองขาน
อาณติปาน      ดุจะกลองพัง
๏ ศัพทะอุโฆษ      ลุพระโสตร์ท้าว
ลิจฉวิด้าว      ขณะทรงฟัง
ต่างธก็เฉย      และละเลยตัง
ไท้นฤกัง      วละอย่างไร
๏ ต่างบมิคลา      ณสภาคาร
แม้พระทวาร      บุระทั่วไป
รอบทิศะด้าน      และทวารไหน
ห่อนนระใด      ธุระปิดมี
                  
๒๕
สัททุลวิกีฬิตฉันท์ ๑๙
๏ จอมทัพมาคธะราษฐ์ธยาตร์พยุหะกรี
ฑาสู่วิสาลี      นคร
๏ โดยทางอันพระทวาระเปิดนระนิกร
ไป่รอจะต่อรอน      อะไร
๏ เบื้องนั้นท่านคะรุวัสสการทิชะก็ไป
นำทัพชเนนทร์ไท      มคธ
๏ เข้าปราบลิจฉวิขัติย์ณรัฏฐะชนบท
สู่เงื้อมพระหัตถ์หมด      และโดย
๏ ไป่พักต้องจะกะเกณฑ์นิกายพหละโรย
แรงเปลืองระดมโปรย      ประยุทธ์
๏ ราบคาบเสร็จธเสด็จลุราชะคฤหะอุต
ดมเขตร์บุเรศดุจ      ะเดิม
๏ ตามเรื่องต้นยุติแต่จะต่อพจนะเติม
ภาษิตระจิตร์เสริม      ประสงค์
๏ ปรุงโสตร์เปนคติสุนทราภรณะจง
จับข้อประโยชน์ตรง      ตริดู
                  
๒๖
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
๏ อันภูบดีรา      ชะอชาตะศัตรู
ดลิจฉวีภู      วะประเทศสดวกดี
๏ แลสรรพะบรรตา      วระราชะวัชชี
ถึงซึ่งพิบัตบี      ฑะอนัตถ์พินาศหนา
๏ เหี้ยมนั้นเพราะผันแผก      คณะแตกและต่างมา
ถือทิฏฐิมานสา      หศะโทษพิโรธจอง
๏ แยกพรรคสมรรคภิน      ทนะสิ้น บ ปรองดอง
ขาดญาณพิจารณ์ตรอง      ตริมะลักประจักษ์เจือ
๏ เชื่ออรรถยุบลเอา      รสะเล่าก็ง่ายเหลีอ
มากโมหะฟั่นเฝีอ      บมิฟอกคดีมูล
๏ จึ่งตาลประการหา      ยนะภาวะอาดูร
เสียแดนผไทสูญ      กิติศัพทะเสื่อมนาม
๏ ควรชมนิยมจัด      คะรุวัสสการพราหมญ์
เปนเอกอุบายงาม      กละงำกระทำมา
๏ พุทธาทิบัณฑิต      ยละคิดพินิจปรา
รพภ์สรรเสริญสา      ธุสมัคคภาพผล
๏ ว่าอาจจะอวยผา      ศุกะภาวะมาดล
ดีสู่ณหมู่ตน      บนิราศนิรันดร
๏ หมู่ใดผิสามัค      คิยะพรรคสโมสร
ไปปราศนิราศรอน      คุณะไร้ไฉนดล
๏ พร้อมเพรียงประเสริฐครัน      เพราะฉนั้นแหละบุคคล
ผู้หวังเจริญูตน      กิจะเกี่ยวกะหมู่เขา
๏ พึงหมายสมัคคิ์เปน      มุขะเปนประธานเอา
ธูรทั่วและตัวเรา      บมิเห็น ณ ฝ่ายเดียว
๏ ควรยกประโยชน์ยื่น      นระอื่นก็แลเหลียว
ดูบ้างและกลมเกลียว      มิตระภาพผดุงครอง
๏ ยั้งทิฏฐิมานหย่อน      ทมะผ่อนผจงจอง
อารีมิมีหมอง      มนะเมี่อจะทำใด
๏ ลาภผลสกลบรร      ลุก็ปันก็แบ่งไป
ตามน้อยและมากใจ      ยุติเที่ยงนิยมธรรม์
๏ พึงมาระยาตร์ยึด      สุประพฤติ์สงวนพรรค์
รื้อฤษยาอัน      อุปเฉทะไมตรี
๏ ดั่งนั้นณหมู่โด      ผิบไร้สมัคคิ์มี
พร้อมเพรียงนิวัทธ์นี      ระวิวาทระแวงกัน
๏ หวังเทอญมิต้องสง      สยะคงประสบพลัน
ซึ่งศุขกเษมสันต์      หิตะกอบทวีการ
๏ ใครเล่าจะสามารถ      จิตระอาจจะรานหาญ
หักล้างบแหลกลาญ      ก็เพราะพร้อมเพราะเพรียงกัน
๏ ป่วยกล่าวอะไรฝูง      นระสูงประเสริฐครัน
ฤๅสรรพะสัตว์อัน      เฉภาะมีชิวีครอง
๏ แม้มากผิกิ่งไม้      ผิวะใครจะใคร่ลอง
มัตกำกระนั้นปอง      พละหักก็เต็มทน
๏ เหล่าไหนผิไมตรี      นฤมีณหมู่ตน
การ ใดจะขวายขวน      บมิพร้อมมิเพรียงกัน
๏ อย่าปราถนาหวัง      ศุขะทั้งเจริญอัน
จักมาอุบัติบรร      ลุไฉนบได้มี
๏ ปวงทุกข์พิบัติสรร      พะภยันตรายกลี
แม้ไป่นิยมปี      ติประสงค์ก็คงสม
๏ ควรชนประชุมเปน      คณะเปนสมาคม
สามัคคิปรารม      ภะนิพัทธคำนึง
๏ ไป่มีก็้ไห้มี      ผิวะมีก็จงพึง
ให้ยิ่งภิโยจึง      จะประสบศุขาลัย
                  
๒๗
ฉบงง ๑๖
๏ พร่ำพรรณน์ฉันทพากย์โดยโจ      เพียรจบตามนัย
นิทานบุราณเปนมูล
๏ นามสฤษดิ์ นายชิต ชวางกูร      เชลงเฉลาเอาธูร
สลัดอาลัสย์อันมี
๏ ไว้ปากไว้วากย์วาที      ไว้วงศ์กระวี
ไว้เกียรติ์และไว้นามกร
๏ ไว้เฉลิมเสริมศรีพระนคร      คือพิทยาภรณ์
พิเศษประดับดูงาม
๏ ค่อยคิดติดต่อโดยความ      มิคลายพยายาม
กระวีผิเพ่งเล็งเห็น
๏ ฉันทภาคยากล้ำลำเค็ญ      ถ้อยคำจำเป็น
เพราะศัพท์บังคับหนักเบา
๏ พึงอภัยข้าผู้วัยเยาว์      วิทย์หย่อนอ่อนเชาวน์
มิใช่จะคิดแข่งขัน
๏ อาศรัยใจชอบเชิงประพันธ์      กิจอื่นว่างครัน
ก็เครื่องจะเปลืองเวลา
๏ จำเนียรแต่เพียรอุตสา      หะพจน์พรรณนา
สฤทธิ์ด้วยจิตร์จงพลัน
๏ ฝากไว้ในน่าแห่งบรรณ      เพื่อเชื้อเชิญสรรพ์
สุภาพมหาชนชม
๏ สถิตย์เสถียรเทียรฆ์กาละนิยม      ถ้อยเสริญเทอญสม
ประสาทะพรพาจา
๏ ขอจุ่งอิฏฐผลนานา      ลุดั่งปราถนา
ณผู้พิจารณ์อ่านฟัง ฯ


ขอขอบคุณตู้หนังสือเรือนไทย

http://www.reurnthai.com/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C


บันทึกการเข้า
imza
driver.shoot

*

กำลังใจ: 0
กระทู้: 3


อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2018, 02:08:40 pm »
goldenslotบาคาร่า
Very useful info particularly the last part. I was seeking this certain information for a very long time.
 
บันทึกการเข้า
Haemovit

*

กำลังใจ: 0
กระทู้: 2


อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 10, 2019, 02:18:35 pm »
ไพรเราะมาก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: