ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ไม้มลาย ๐ ไม้ม้วน..ควรจดจำ  (อ่าน 3418 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Rapie Pachra

*****

กำลังใจ: 264
กระทู้: 53


« เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2012, 08:07:02 pm »


        เคยวางหลักจำคำไทยที่ใช้ไม้ม้วนไปครั้งหนึ่งแล้วในรูปของกาพย์ยานี
ที่ครูบาอาจารย์ท่านแต่งไว้ให้จำได้ง่าย ๆ

ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ
ใฝ่ใจเอาใส่ห่อ มิหลงใหลใครขอดู
จะใคร่ลงเรือใบ ดูน้ำใสและปลาปู
สิ่งใดอยู่ในตู้ มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง
บ้าใบ้ถือใยบัว หูตามัวมาใกล้เคียง
แคล่วคล่องอย่าละเลี่ยง ยี่สิบม้วนจำจงดี

        ที่จริงมีอีกบทหนึ่งที่โบราณท่านแต่งไว้เป็นกาพย์ยานีเหมือนกัน
ปรากฎในหนังสือประถมมาลา ดังนี้...

ใฝ่ใจให้ทานนี้ นอกในมีและใหม่ใส
ใครใคร่และยองใย อันใดใช้และใหลหลง
ใส่กลสะใภ้ใบ้ ทั้งต่ำใต้และใหญ่ยง
ใกล้ใบและใช่จง ใช้ให้คงคำบังคับ

        ท่องจำไว้เล่น ๆ ทั้งสองบทก็น่าจะดี แต่สำหรับผู้เขียน นิยมจำบทแรกเพราะคล่องปากและจดจำง่ายดี...

        อย่างไรก็ดี มีคำที่ใช้ไม้มลายอยู่หลายคำที่มีเสียงซ้ำกับคำที่ใช้ไม้ม้วน จึงควรจดจำไว้ด้วย คำ
เหล่านี้ ได้แก่..ไต้ (สำหรับจุดไฟ), ไส (ผลักไส) ไห้ (ร้องไห้), ไจ (เข็ดด้าย), ไย (ไฉน,อะไร ,ทำไม) ได (สลัดได, แกงได) ไน (ลองไน, ปลาไน), ไหล (ปลาไหล, เหล็กไหล, เลื่อนไหล, รื่นไหล, เหลวไหล, หลับไหล)...เป็นต้น

        เฉพาะคำว่า หลับไหล นี้ ยังเป็นคำกำกวมที่แม้แต่ราชบัณฑิตยสภาเองก็ยังไม่มีบทสรุปและมิได้บัญญัติไว้ในพจนานุกรม เนื่องจากยังมีความเห็นแย้งกันอยู่ ฝ่ายหนึ่งเห็นว่า ควรใช้ไม้ม้วนสะกดโดยยก พจนานุกรมล้านนา-ไทย ฉบับแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งเป็นฉบับร่างที่ ๒ เก็บคำ "ใหล" ว่า "ก. ละเมออย่างหลับใหล-นอนละเมอ, หลงใหล-หลงละเมอ หรือ พูดอยู่ตามลำพัง  ในขณะที่พจนานุกรมภาษาถิ่นอีสานกลับให้ความหมายเดียวกันนี้โดยสะกดด้วยไม้มลาย ซึ่งสำหรับผู้เขียนแล้ว ค่อนข้างเห็นด้วยกับฝ่ายหลัง เพราะสอดคล้องลงรอยกับหลักภาษากลางมากกว่า  ทั้งยังกลมกลืนไปได้ดีกับคำอีสานที่ว่า 'หลับหลาย' อันหมายถึงหลับมากหรือหลับสนิทจนเจตสิกเลื่อนไหลดุจสายน้ำไหล กระทั่งฝันหรือละเมอออกมา

        มีคำประสมที่ใช้ไม้ม้วนบางคำที่ควรสนใจ เช่น เหล็กใน (อาจเพราะอยู่ในตัวแมลง), หมาใน (ไม่ใช่หมานอก) เยื่อใย..ห่วงใย..ชักใย..ยองใย..(ล้วนมาจาก "ใย") นอกนั้นส่วนใหญ่รวมทั้งคำที่เกลื่อนกรายมาจากคำต่างประเทศ นิยมใช้ไม้มลายเป็นหลักทั้งนั้นครับ.




**ขออภัย.. ขออนุญาติแก้ไขโค๊ตให้นะครับ พอดีท่านใส่ไม่ถูกต้องเลยทำให้ไม่แสดงข้อความ Mr.music
บันทึกการเข้า
imza
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2012, 08:45:54 pm »




ความจริงเรื่องของการอ่านเขียนภาษาไทยนี้ ยังมีอีกหลายข้อที่ผมยังกังขา
อาทิเช่น 
น้ำ  อ่านว่า  น้าม  ในขณะที่คำอื่นๆอ่านตามตัว
เช่น  ล่วงล้ำ   ก็อ่านล่วงล้ำ
ตอกย้ำ  ก็อ่าน  ตอกย้ำ   ไม่เห็นมีคำไหนที่อ่านเหมือนคำว่าน้ำ

นอกจากนี้ก็ยังมีคำที่ใช้กันอย่างสับสน  เช่น
ได้   อ่านเป็น  ด้าย
ใต้  อ่านเป็น   ต้าย
ไห้   อ่านเป็น  ห้าย
ทั้งที่ๆคำอื่นก็อ่านเป็นเสียงไอ ตามปกติ

ความจริงยังมีอีกมากมายหลายคำที่ควรจะต้องชำระสะสาง ปรับปรุงให้มีแบบแผนที่ถูกต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน


บันทึกการเข้า
imza
Rapie Pachra

*****

กำลังใจ: 264
กระทู้: 53


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2012, 10:34:17 am »
เข้าใจว่า น่าจะเป็นการอ่านตามความนิยมครับ ถือเป็นข้อยกเว้นจากหลักทั่วไป ไม่เฉพาะแต่คำที่ควรออกเสียงเป็นสระเสียงสั้นแต่กลับออกเสียงยาวเช่นคำว่า 'น้ำ' กลับนิยมออกเสียงเป็น 'น้าม' เท่านั้น  คำที่ควรออกเสียงยาวกลับกลายเป็นออกเสียงสั้นก็มี ตัวอย่างที่เห็นกันทั่วไปก็คือคำว่า 'ท่าน' กลับนิยมออกเสียงเป็น'ทั่น' จนบางครั้ง ถึงกับกลายเป็นภาษาแบบแผนไปเลย เช่นคำว่า โง่ง่าว ซึ่งเป็นคำคู่ที่ประกอบด้วยคำไทย (โง่) ผสมกับคำภาษาถิ่นเหนือ (ง่าว) พอนานเข้าก็กร่อนเสียงจนกลายเป็นศัพท์บัญญัติว่า โง่เง่า หรือ ชาตา ก็กร่อนเสียงจนกลายเป็น ชะตา คาน้า กลายเป็นคะน้า  คำเหล่านี้ มองในแง่ดี ก็อาจถือเป็นความงอกงามทางภาษาได้อย่างหนึ่งกระมังครับ ราชบัณฑิตย์เองบางครั้งก็คงปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่เหมือนกัน อิอิ

ปล. ขอถือโอกาสขอบคุณ Mr.Music ไว้ตรงนี้ด้วยเลยนะครับ สำหรับไมตรีจิตที่มีให้...
บันทึกการเข้า
imza
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: