ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หน้า: 1 2 3 [4] 5   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เขียนโคลง  (อ่าน 23840 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #45 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2012, 09:48:29 pm »
:202: :202: :202:
เย็นวันเสาร์บ่ายคล้อย         ลงมา
ชวนเพื่อนร่ำสุรา               สักแก้ว
โซดาบ่มีหนา                  รีบจัด
รวมกับแกล้มเห็นแล้ว        ต่อมน้ำลายไหล

ยำผักบุ้งกรอบแท้            เชิญลอง
กุ้งพล่าอย่างฃ่ำชอง         คล่องแท้
รสเด็ดเผ็ดพริกของ          กะเหรี่ยง
ทนบ่ไหวยอมแพ้            จักแก้อย่างไร

จึงหยิบจับรับไว้             แลดู
สับปะรดอย่างเลิศหรู       ฉ่ำเนื้อ
ลองชิมอิ่มจึงรู้              รสนั่น
หวานจับจิตชิดเชื้อ        แต่นี้ไม่ลืม
พันทอง
 :200: :200: :200: :200:
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #46 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 08:11:58 pm »

อันความรักนั่นไซร้             ดีจริง
ผูกสมัครรักของหญิง           ยิ่งใหญ่
รักอย่างสดใสซิง              แน่วแน่
ใครจักว่าบ้าใบ้                อย่าได้ไปแคร์

ขาดความรักแน่แท้           ทุกข์ทน
จิตดับกลับอับจน             หม่นไหม้
คิดมากอาจสับสน             ว้าเหว่  นาพ่อ
รังแต่นอนหมองไหม้          ตราบนี้คงตรม

แม้ชนใดรักด้วย              ไมตรี
เราจักมอบฤดี               แทบเท้า
รักด้วยจิตพึงมี              จิตตอบ
แม้นบ่รักอย่าเว้า            จักเศร้าในทรวง

หากตกลงอย่าได้            รอรี
รีบยกขันหมากซี            อย่าช้า
จักโสดสดหรือมี             ลูกติด
หากคิดดีรีบคว้า            อย่าได้ลังเล
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #47 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2012, 11:33:48 am »

จำติดตราตรึงไว้           คือเธอ
เฝ้าคร่ำครวญละเมอ       หม่นไหม้
ยามใดไม่ได้เจอ           เธอนั่น
แสนหวั่นหวาดขาดได้      อกเต้นตูมตาม

วัดถนนวัดได้             ดังใจ
แต่จักวัดเส้นชัย         ฮึดสู้
ใจต้องมั่นเข้าไว้         แข็งแกร่ง  นาพ่อ
ขืนเหลาะแหละคุดคู้     บ่รู้ทางไป

ใช้มาตราวัดได้         ถนน
หากจะวัดจิตใจคน    ยากไซร้
ใช้จิตวัดเท่านั้น       จึงหยั่ง  รู้เฮย
หากใคร่ลองบอกใบ้   จักได้แนะนำ
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #48 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2012, 04:10:34 pm »
180 180 180 180
คิดถึงจังค่ำเช้า       คอยมอง
ตาจดจ้องน้ำนอง      ท่วมแล้ว
เธอทำไม่หันปอง       หมองหม่น
ทนตื่นดึกดื่นแห้ว     คลาดแคล้วทุกที

ยามจะนอนออดอ้อน        ทุกยาม
รอต่อติดคิดตาม            ค่ำเช้า
ลุกขลุกแต่ตีสาม           อยากพบ นาพ่อ
ใจห่อเหี่ยวเปลี่ยวเศร้า     จักเฝ้าติดตาม

อย่าให้ฉันหวั่นแท้           คอยรอ
เดี๋ยวจักน้ำตาคลอ          หม่นไหม้
รีบหน่อยนะมาพะนอ        ต่อติด
อย่าปิดป้องหวังไว้          จักได้พบเจอ   
พันทอง
 197 197 197 197 197
บันทึกการเข้า
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #49 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2012, 08:56:46 pm »


ยามเย็นยลยั่วเย้า     ยอแสง
แสงแห่งอาทิตย์แรง   เริ่มล้า
ล้าอ่อนอวบอมแดง    ดวงเด่น
เด่นดุจไข่แดงจ้า      ก่อนสิ้นสุรีย์

รีรอเพื่อเพ่งฟ้า         ดูดาว
ดาวเด่นเย็นสกาว      เกลื่อนหล้า
หล้าโลกฉ่ำลมหนาว    พัดโบก
โบกสะบัดพัดโชยท้า   ปะพื้นผิวกาย

กายหนาวคราวรุ่นเนื้อ    หนาวลม
ลมผ่านพานระทม        สั่นสะท้าน
สะท้านอกอารมณ์       ไหวหวั่น
หวั่นจิตจนฟุ้งสร้าน       กว่าพ้นราตรี


โคลง  วัวพันหลัก    :143: :143: :143:




บันทึกการเข้า
imza
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #50 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2012, 06:51:39 am »
180 180 180 180
ฝนตกพรำฉ่ำฟ้า             มาดิน
เช่นดั่งดังเมฆิน               ร่ำไห้
มืดมนหม่นถวิล               ยามยาก
ตกกระหน่ำแล้วไซร้          อาจได้พายเรือ

สงสารเด็กเล็กน้อย           เดินมา
เปียกหมดคราบน้ำตา         อาบแก้ม
เดินพลางต่างอุรา             ไหวหวั่น
ฝนตกอกแต่งแต้ม            แต่ร้องครวญคราง

โอ้ฝนเอยหยุดบ้าง             เป็นไร
เจ้าบ่เห๋นจิตใจ                เด็กน้อย
เขาหนาวเหน็บฤทัย          ใคร่บอก
หากต่อตกไม่คล้อย          เด็กน้อยต้องทน
พันทอง
 184 184 184 184 184
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #51 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2012, 11:44:50 pm »
240 :201: :201: :201:
ฝนโปรยปรายมืดฟ้า              มัวดิน
อกหักรักโบยบิน                  หมดแล้ว
คลืนคลืนคลื่นยลยิน             หนักหน่วง
โอ้อกฟกช้ำแห้ว                 บ่แคล้วคลาดคลา

อสุนีบาตฟาดเปรี้ยง             ลงมา
ดึกดื่นตื่นผวา                    หม่นไหม้
รีบคว้าไขว่หมอนหนา          มากอด
เจ็บจิตคิดแล้วไซร้            หลบเร้นวางวาย

เสียงอึ่งอ่างต่างร้อง           ระงม
กบเขียดเบียดกันขรม         ห่มห้อม
ฟังเซ็งแซ่แค่ลม              ซมซ่าน
หนาวอกสะทกล้อม           กล่อมท้องทุ่งนา
พันทอง
 180 180 180 180
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #52 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:26:13 pm »
[

หิวตาลายไม่รู้                เป็นไร
หิวจับจิตจับใจ               แน่แล้ว
อยากกินนักทำไง            ดีเล่า
น้ำย่อยไหลไม่แคล้ว         กัดท้องทะลวง

กลิ่นต้มยำไก่บ้าน           ลอยมา
ผสมกับกลิ่นกัญชา         แน่แท้
ฉันเห็นเช่นนั้นนา          จึงเอ่ย
กลิ่นยั่วยวนชวนแพ้        เหลือบแล้มองตาม

เดินอีกหน่อยค่อยคล้อย      คอยมอง
ตาจ่ออยู่กับฟักทอง          เลี่ยมแล้
อยากกินแต่หัวหมอง         ใจหม่น
จึงจักหาทางแก้              ข่มไว้ใจตน
พันทอง
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #53 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2012, 08:14:01 am »

หอมรวยรินกลิ่นนั้น                ต้นเตย
หอมกระไรทรามเชย               กลิ่นเจ้า
เพียงเดินผ่านนะเอย              อิงแอบ
แทบจักซบอกเข้า               แอบเย้าความหอม

นำต้นเตยตัดต้ม                 เป็นยา
เติมแต่งน้ำตาลมา             เล็กน้อย
สีเขียวอ่อนนำพา              อยากดื่ม
ดับกระหายเหงื่อย้อย          สดชื่นทันใด

นำไปบดใส่น้ำ               ขนม
เหยาะหยิบแล้วจึงชม        เล็กน้อย
ลอดช่องใช่ลูกอม            ที่กล่าว
กินจับจิตใจข้อย         อร่อยแท้แม่คุณ
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #54 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 11:53:19 am »

แสงทองงามจับฟ้า     ราตรี
รักห่างหายหลายปี     แย่ได้
กี่ฝนทนฤดี            หนาวเหน็บ
ได้แต่นอนร่ำไห้      เจ็บช้ำใจกาย

เสียงนกมันร่ำร้อง     เรียกหา
อยู่เดี่ยวเปลี่ยวเอกา  ยิ่งเศร้า
เหลียวมองไม่เห็นมา   เคียงคู่
หรือว่าเจ็บป่วยเข้า     จึ่งได้ไม่มา

มองย้อนกลับยิ่งท้อ     เดียวดาย
ด้วยว่ารักขาดหาย      เจ็บแท้
อุราหม่นมิวาย        ปวดแปลบ
ทุกข์ถนัดยอมแพ้    แต่นี้คงตรม

แม้ชายใดอยากได้   หญิงครอง
เชิญเถิดตีตราจอง   รีบจ้ำ
ขืนช้าชักอาจหมอง  มัวหม่น
เกรงว่าชายอื่นย้ำ    จักช้ำดวงแด
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #55 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2012, 04:31:21 pm »
:202: :202: :202: :202:
แสงอาทิตย์ส่องฟ้า             สีทอง
งามจังนั่งชวนมอง             จริงเจ้า
นกกาต่างร่ำร้อง                  หาคู่
โผผกผินตอนเช้า              กู่ก้องกังวาน

แมลงปอบินล้อ               เล่นลม
เหนือสระบัวกอกลม          เต็มตื้น
สนุกมิทุกข์ตรม               ขมขื่น
มองกลับเราเศร้าสะอื้น       อกช้ำเจียนตาย

ไม่นานนักจักเช้า            เป็นสาย
เมฆหม่นหนทางกลาย      หมองไหม้
สายฝนหล่นโปรยปราย     ลงสู่     ดินนา
มองแต่ลมพัดไม้            หักน้าวตามลม

ครืนครืนกัมปนาทก้อง     พงไพร
อสุนีบาตฟาดไป           ทั่วหล้า
เสียงกอไผ่หวีดไหว       ใจสั่น
ดังสนั่นไม่ช้า             ฝนนั้นซาลง

แสงอาทิตย์โผล่ขึ้น          อีกที
มองเห็นรุ่งหลากสี        ขอบฟ้า
เขียวเหลืองม่วงสดมี    แดงแสด
สูงเด่นเห็นเบื้องหน้า    อย่าชี้เขาถือ
พันทอง
 :224: :224: :224: :224:
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #56 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2012, 06:36:28 pm »

เบื่อชีวิตจริงแท้            หนอเรา
มีแต่โรครุมเอา             แย่แล้ว
ระทมตรมซึมเซา           เบื่อหน่าย
กรรมอันใดใจแป้ว          ไม่รู้ผ่อนคลาย

ทนทุกข์รุกโรมเร้า         ในทรวง
เจ็บจังคลั่งแดดวง         ทุกห้อง
วันวานผ่านใจกลวง        หนาวเหน็บ
นอนฝืนทนหม่นร้อง       จนน้ำท่วมตา

พอเสียเถิดจบสิ้น          กันที
โรคที่ไม่อยากมี           อย่าใกล้
ขอสาปส่งลงวารี         รีบเร่ง
นับต่อแต่นี้ไซร้           จงได้สุขพลัน
พันทอง
 196 196 196 196
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #57 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2012, 07:15:35 pm »

คิดถึงจังนั่งเฝ้า    รอคอย
จิตตกน้ำตาพลอย   หงอยเศร้า
อาทิตย์ลับหลังดอย   ยามค่ำ
ฟ้ามือดำคลุมเข้า   จับจ้องมองทาง

เห็นนกการ่ำร้อง       คืนรัง
หัวอกหนอแทบพัง   ด่าวดิ้น
รอคนไกลใกล้คลั่ง   ดวงจิต
ไม่เห็นเงาเขาสิ้น    รักแล้วหรือไร

ความมืดมิดปิดฟ้า     ค่ำลง
เมฆหม่นทั้งฝนคง     ห่วงแท้
กลัวรักพรากอนงค์    ไหวหวั่น
เขาไม่มาเป็นแน้   ปล่อยให้เราตรม
พันทอง
.
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #58 เมื่อ: กันยายน 01, 2012, 10:09:25 am »

คิดถึงจังนั่งเฝ้า           มานาน
บ้านติดชิดกระดาน      เท่ากั้น
ไยครรวญคร่ำเมื่อวาน    ดีอยู่  นาพ่อ
เข้มแข็งอย่าคิดสั้น       คนใกล้ยังคอย

แอบมองทางอย่างท้อ     รันทด
ห่อเหี่ยวเปลี่ยวกำสรด      โศกเศร้า
รักเขาเล่าเกือบหมด         ดวงจิต
พ่นพิษฤทธิ์เร่งเร้า         สู่ห้องหัวใจ

โปรดหันมองอย่าร้าง     แรมรา
เฝ้าแต่นอนผวา          ค่ำเช้า
รักเอยเอ่ยออกมา        อย่าปด
เจ็บจิตพิษรักเจ้า        วิ่งเข้าฤทัย

ช่วยเอื้อนเอ่ยอย่าได้     ตัดรอน
หน้าต่างของบังอร     ตรงข้าม
ขืนช้านักจักงอน          เป็นแน่
รีบด่วนจี๋มาห้าม         อย่าช้าเกินรอ
พันทอง
 
บันทึกการเข้า
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #59 เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 02:02:25 pm »


คนเอยใยเล่าเพี้ยน     ผิดแผลง
หรือเล่นเป็นแสดง       ผิดชี้
เหมือนดังท่านปลอมแปลง  ผิดแปลก
หรือที่หลงไปนี้       ผิดด้วยเพราะเขลา

ความเอยความรู้เร่ง      ฝึกตน
คนเก่งฤาเหนือคน       ฝึกกล้า
ขวนขวายเสาะทุกหน    ฝึกแกร่ง
ฝึกฝึกฝึกเนิ่นช้า        ฝึกไว้อย่าคลาย


หมายเหตุ     ๑.  แดงเข้ม ตำแหน่งบังคับวรรณยุกเอก  โดยใช้คำตาย  หรือคำที่เป็นละหุ แทนได้
                 ๒.  สีน้ำเงิน  ตำแหน่งที่บังคับวรรณยุกต์โท
                 ๓.  สีเทา  ตำแหน่งที่ วรรณยุก เอก-โท สลับกันได้  แต่ปัจจุบันไม่ค่อยนิยม





ผิดหนึ่งพึงจดไว้    ในสมอง
เร่งระวังผิดสอง       ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง   จงหนัก  เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า-         หกซ้ำอภัยไฉน

พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณนรรัตน์  ธัมมะวิตะโก ภิกขุ
              วัดเทพศิรินทราวาส






บันทึกการเข้า
imza
หน้า: 1 2 3 [4] 5   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: