ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หน้า: 1 2 [3] 4 5   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เขียนโคลง  (อ่าน 23839 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #30 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2012, 08:58:17 am »
:202: :202:
เห็นฝูงปลาว่ายคุ้ง       ในหนอง
ไหวหวั่นหันตามอง      ไม่เว้น
จิตจดจ่อรอปอง          คลองใหม่
มองระยิบวิบเต้น        ตื่นตั้งตูมตาม

ปลาแลปูสู่รู้           พอดู
ลอยเด่นเห็นปลาทู     คู่หน้า
วนเวียนว่ายหารู        ปูอยู่
เห็นแผ่นหลังจังก้า     เก่งท้ากะปู

จึงละเลงเร่งเร้า         เร็วไว
อยากจับปลาทูไป     ปล่อยเลี้ยง
ปลาไหลไล่ปลาไน     ใจสั่น
ตาต่อตากินเกลี้ยง     อดเลี้ยงเลยเรา
พันทอง
 :202: :202:
บันทึกการเข้า
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #31 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2012, 12:27:36 pm »

ปลาทูมันอยู่ถี้(๑)     ทะเล
หาใช่มาเกเร       อยู่ห้วย
อยู่หนองอยู่คลองเห(๒)..ดูแปลก
มันอยู่คงต้องม้วย   หมดสิ้นเผ่าพันธุ์

ปลาซิวมาอยู่ห้วง    คูหนอง
เวียนว่ายอาจสมปอง   เจตเจ้า
ปลาช่อนว่ายคะนอง  น้ำแตก ซ่าเฮย
ปลาดุกปลาไหลเฝ้า   แอ่งน้ำหนองควร

ปลากริมมันว่ายหม้อ   ขนม
คนชอบทานนิยม       ถูกลิ้น
ท่องโก๋ทอดเหมาะสม  กินกับ  กาแฟเฮย
ปลากระป๋องไป่ดิ้น     ไป่ย้ายไปมา

(๑)ถี้=ที่ คำโทโทษ
(๒) เห..คำอุทาน
 :143: :143: :143: :143:



บันทึกการเข้า
imza
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #32 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2012, 08:25:01 am »

ยามจนทนกัดก้อน     เกลือกิน
เค็มนักจักชาชิน       กิ่นได้
จำหักจิตถวิล          ไหวหวั่น
เพียงว่าเกลือเกลือนั้น  เค็มแท้ใดปาน

มีรสหวานป่านนี้    คงคลาย
หวานซ่านตาลมิวาย  หมดต้น
ขมขืนขื่นใจกาย      กินต่อ
เหลือแต่ตอตาลพ้น  แต่งแต้มตาวตาล

เกลือเจือตาลซ่านซึ้ง   ตรึงใจ
เกลือบ่เหมือนตาลใด    แน่แท้
หากเกลือไม่เค็มไป      ดังว่า
คงไม่หาทางแก้      ว่าแพ้ทางเกลือ
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #33 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2012, 06:47:09 am »
182 182
คิดถึงเธอค่ำเช้า     ครวญหา
นอนอยู่เพียงเอกา   หน่ายแท้
ขอพบเพื่อคุยหนา   สักหน่อย
รอจ่อจดหมดแหล้    กี่เที้ยว เทียวตาม

ตื่นมาออนอ่อนซ้อม   หรือไร
เธอจึ่งคิดผลักไส    อย่างนี้
ฉันอุตส่าห์มาไว      รีบตื่น
กลับไม่เห็นหลบลี้   เช่นนี้เป็นประจำ

คนรอคอยค่อยคล้อย   หมดแรง
นอนบ่นจนตาแดง    ค่ำเช้า
รักเธอบ่แคลบแคลง   ดังกล่าว
คอยจ่อมจมตรมเศร้า  ตราบฟ้าดินสลาย
พันทอง
 180 180
บันทึกการเข้า
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #34 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2012, 07:43:02 pm »


หลายวันฉันเมื่อยล้า    ตันกลอน
มัวแต่กินแล้วนอน       ใช่โม้
เขียนขีดอับอักษร       คราแต่ง
เลยขาดคำกลอนโก้     เพื่อให้อ่านกัน

หลายวันจึงว่างเว้น      ราวหนี
ได้แค่อ่านบทกวี             อื่นไซร้
นานนานผ่านมาที       แล้วออก
ลงชื่อคอมเม้นท์ไว้      ว่าเข้ามาเยือน

เสมือนไฟหมดเชื้อ     โรยแสง
จึงแค่นอนเอาแรง       ที่บ้าน
กลอนกาพย์เกิดหน่ายแหนง    เกินจะ   คิดแล
ใจเหนื่อยพาให้คร้าน     ห่อนได้แต่งลง

 :130: :130: :130: :130: :130:



บันทึกการเข้า
imza
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #35 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2012, 02:09:10 pm »
:123: :123:
หลายวันผันผ่านเฝ้า   คอยมอง
จมจ่อมน้ำตานอง    ท่วมท้น
คิดถึงนักจักปอง     ยากแน่
สุดหักหายกลายพ้น  ป่นแท้ในทรวง

รีบเล็งแลแก่แล้ว  หรือไร
คนบ่นทนน้อยใจ   แต่นี้
ยามเย็นย่ำฉ่ำไฉน   เป็นอื่น
ฝืนแต่ใจใครลี้          หลบเล้นทุกวัน
พันทอง
 :202: :202:
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #36 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2012, 08:11:42 am »
:123: :123:
ระทมตรมหม่นไหม้       ในทรวง
ครวญคร่ำจำห่วงหวง      ทุกข์เแท้
ไม่เจอยิ่งใจกลวง        ทนเจ็บ
จักเหน็บแนมคงแพ้    อยากแท้คิดถึง

หยุดคิดกลอนย่อมแพ้     ทางกลอน
หยุดนั่งยังอยากนอน      สักมื้อ
หยุดหยุดแต่ใจหลอน     ทุกเมื่อ
หยุดบ่นทนหนักตื้อ      อย่ายื้อเลยเรา
พันทอง
 :200: :200:
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #37 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2012, 09:31:50 am »

เดินดงดอยค่อยรู้    ดงดอย
สักสดลดลงถอย      มากล้น
ยูงยางย่างเหยาะยอย   เคยเด่น
โดนตัดเตียนเลี่ยนพ้น   ขุดค้นไปขาย

แดงดงดาษดื่นน้อย      ลงมาก
มีเลื่อยเฉือนฉกฉาก      ทุกข์แท้
ฝักตกแตกแหลกหลาก   ร่วงหล่น
เก็บขบกินอิ่มแปร้       แน่แล้วเคยลอง

อีกเต็งรังนั่งต้น      ปีนเอา
ลูกเกี่ยวเขียวแกมเทา    ก่อนแห้ง
เม็ดในแกร่งแข็งเล่า     เศร้าหนัก
กัดต่อพอหน้าแล้ง       จิบเจ้าชอบจัง

ตะเคียนประดู่ไม้            แหนหวง
พยุงสาธรกลวง          ยิ่งแล้ว
ชิงชันนั่นทะลวง        มะค่า
อีกมากมายบ่แคล้ว      หมดสิ้นป่าดง
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #38 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2012, 10:49:53 pm »
180 180 180
น้ำใสไหลหลั่งล้น       ลงดิน
สาดเซาะเกาะแก่งหิน   ดังก้อง
ซัดเสียงซ่าผาบิ่น      รินหลั่ง  นาแม่
อกสะทกหมกร้อง       แค่ได้ยินเสียง

เขียวขจีแมกไม้          น่ายล
พันเกี่ยวเหนี่ยวกมล     ทุกเช้า
ตั้งตาตื่นเตือนตน        จริงแน่
หาเรื่องหลบงานเข้า     เช่นนี้เป็นประจำ
พันทอง
 :194: :194: :194: :194: :194: :194:
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #39 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2012, 10:54:11 pm »
91 91 91 91
ดาวประดับ จับฟ้า   งามไสว
ดาวเด่นเห็นรำไร    สุดหล้า
ระยิบยับหวามไหว     ใจสั่น จริงเฮย
มองผ่องเพ็ญเห็นหน้า  สุดซึ้งคะนึงหา

เรียงเคียงเพ็ญเด่นแท้    จันทร์จวง
จับกลุ่มเด็ดเจ็ดดวง       ยิ่งแล้
ดาวลูกไก่พุ่มพวง       ที่เอ่ย
จริงแน่นอนวอนแก้     ที่แท้มากเกิน
พันทอง
 91 91 91 91 91
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #40 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2012, 08:51:50 pm »
244 244 244 244
เขียนคำคมข่มให้            คมคาย
เขียนเรื่อยมีมากมาย         แต่งแต้ม
ฉุกคิดพินิจหมาย            บางอย่าง
เขียนจักผิดติดแฟ้ม        เพื่อสู้ตัวเอง

เขียนบางทีที่ให้              ท้อใจ
เหมือนจิตตกอกหวั่นไหว     ฮึดสู้
กำลังดั่งฤทัย                 เนาแนบ   กายนา
หากแยกกันหมั่นกู้            เก็บเกื้อคืนกาย

รักโคลงกลอนก่อนนี้           มานาน
เพียงแต่ความเกียจคร้าน      ซึมเข้า
จึงเนือยเหนื่อยเอาการ         พานแย่
จำฝืนทนก่นเฝ้า               แต่เช้ายันเย็น
พันทอง
 
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #41 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2012, 08:54:41 pm »
91 91 91 91
นักมวยยังซุ่มซ้อม            ฝึกปรือ
เรานี่เป็นคนหรือ            นิ่งได้
เติมฝันมั่นใจคือ            ยิ่งใหญ่
ขีดเด่นเห็นฝากไว้          เผื่อผู้อยากชม
                                                       
ชนะใดไม่สู้                   ใจตน
ชนะสิทธิ์จิตผองชน           ดังก้อง
ชนะตนนี่พลัง                 ใหญ่แท้
คนต่างนบแซ่ซ้อง            หนึ่งผู้มีธรรม
พันทอง
 91 91 91
บันทึกการเข้า
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #42 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2012, 10:59:30 pm »



ดาวเดือนลอยเคลื่อนคล้อย    เวหา
พราวพร่างฟากนภา            ค่ำเช้า
อาทิตย์ส่องทิวา                จนตราบ เย็นแฮ
ทุกข์สุขคลอคลุกเคล้า        สัตว์ถ้วนกาลสมัยฯ

น้ำค้างหยาดหยดค้าง         พฤกษ์ใบ
สายแดดแผดเป็นไอ          หมดสิ้น
เหมือนดั่งดรุณวัย             ยามผลิ  แย้มนา
กาลผ่านราโรยดิ้น             ทับพื้นปฐพีฯ

มาลีมีกลิ่นเย้า                ยวนใจ
ดึงดูดภมรไช                ชื่นเคล้า
มวลมดหากหลงใหล       ตาลฉ่ำ
มนุษย์ถูกโศกเศร้า           ล่อให้ลุ่มหลงฯ



บันทึกการเข้า
imza
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #43 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2012, 10:03:05 am »
:123: :123: :123:
ดาวเดือนเลือนลับฟ้า              รำไร
หรีดหริ่งหวีดหวิวไหว             ร่ำร้อง
ฤทัยเริ่มแปรไป                   เป็นอื่น
ยามค่อนคืนคลืนก้อง           ดั่งฟ้าจะทลาย

เมฆลอยวนหม่นไหม้           ใจเรา
พลันกลับลับตาเขลา            ยิ่งแล้ว
เมฆมืดวืดอับเฉา                ในอก
กลัวว่าใจจักแป้ว               กินแห้วอีกครา
พันทอง
 180 180 180
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #44 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2012, 08:33:28 am »

อุษาสางสว่างแล้ว        รีบจร
มัวง่วงหงาวหาวนอน      อยู่ได้
รีบเร็วเร่งบังอร            รอท่า
มัวแต่ฝันเฟื่องไซร้         จักช้าทางเดิน

ออกกำลังปกป้อง         โรคภัย
สวนหกสิบพรรษาไง      แค่นี้
วิ่งเหยาะเหยาะรีบไป      กันเถิด
คนพลุกพล่านเช้านี้       อาจล้นเต็มสวน

ในสวนศรีแห่งนี้            มีมนต์
ใครใคร่อยากจะยล        รีบเข้า
งามยิ่งนักหน้าฝน          บานเบ่ง
ดอกผลิมีจริงเจ้า          แต่เช้ายันเย็น

ออกกำลังกายเหนื่อยแล้ว     ข้างสวน
เรียกหมู่เพื่อนร่วมก๋วน          เร่งเข้า
พาไปกินโจ๊กกวน               ตับบด
อร่อยเหลือคลุกเคล้า          อิ่มเช้าพอดี
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: