ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หน้า: 1 [2] 3 4 5   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เขียนโคลง  (อ่าน 23983 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #15 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2012, 12:46:30 pm »




   แรงแสงหิ่งห้อยหรี่    รอบตน
สาดส่องเรืองสกล      ห่อนได้
เพียงหมายนิมิตรยล     ยามมืด  มิดนา
คิดแข่งดาราไซร้         อาจเศร้าหมองศรีฯ

   นกน้อยเรียนรู้เร่ง       ทำรัง
เพียงแค่พอประทัง      หลบร้อน
อย่าหาญอาจฝืนสัง-    ขารแห่ง  ตนนา
ทำใหญ่เกินกลับย้อน   หนักเข้าตนเองฯ

   น้ำน้อยควรเร่งรู้          หลบไฟ
หาญศึกตะแบงไป         อาจม้วย
แรงน้อยค่อยอาศัย         หลีกหลบ 
ขืนฝ่าปะมือด้วย            อาจแพ้ภัยตนฯ

   เป็นคนควรรู้เรื่อง         กำลัง
ยอมก่อนผ่อนชิงชัง      เฉื่อยไว้
วาวสู้สุดประดัง           ดวงดับ  นาพ่อ
รู้หลบหลีกเพื่อได้        ตอบโต้เอาคืนฯ

   ยามร้อนควรหลบร้อน    รอเย็น
ร้อนต่อร้อนพึงเห็น        เหตุสิ้น
สาดร้อนใส่ร้อนเป็น       การแตก  ดับนา
ร้อนต่อร้อนร้อนดิ้น      ต่างต้องดับสูญฯ

   ยามมีอย่าได้หยิ่ง         นึกผยอง
ทำท่าทีจองหอง            ไป่ง้อ
มวลมิตรเลิกหมายปอง     มาสู่
กาลผ่านผู้อ้อล้อ            อาจเร้นหนีไกลฯ

              Orion264(มือขวา)
             ๑๑  มิถุนายน   ๒๕๕๕


 217 217 217 217 217 217 217





บันทึกการเข้า
imza
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #16 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2012, 12:57:02 pm »


  ๐ผิดหนึ่งพึงจดไว้      ในสมอง
เร่งระวังผิดสอง           ภายหน้า(๑)
สามผิดเร่งคิดตรอง       จงหนัก เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า-             หกซ้ำอภัยไฉนฯ

                               พระภิกษุ พระยานรรัตน์ราชมานิต

(๑)น่าจะเป็นภาคหน้า  หรือผ่ายหน้า  อาจจะเป็นเพราะผู้ฟังๆมาผิดหรือจดมาผิด










บันทึกการเข้า
imza
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #17 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2012, 08:25:20 pm »
197 197
หัดฝึกเขียนบ่อเพี้ยน   ฤๅมี
ยากชักอยากหลีกหนี  ไป่พ้น
เพียรเขียนอ่านกานท์ดี  นาพ่อ
สุดจ่อมจมมากล้น  บ่นเว้าวิงวอน
พันทอง
 :123: :123:
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #18 เมื่อ: มิถุนายน 12, 2012, 04:15:58 am »
180 180
แสนเงียบงันหวั่นได้    ดายเดียว
นอนจ่อมจมกายเกลียว    เกี่ยวข้อง
หันหาบ่เฉลียว             จิตดับ เลยแฮ
จึงจับจดคอยจ้อง    แต่เจ้าคนเดียว

คิดถึงเขาค่ำเช้า     นานมา
หยาดหยดรดอุรา    อกร้าว
จำจักหั่นเลยนา      พาเจ็บ ดวงแด
ใจสะทกอกกร้าว       เมื่อรู้เขาเมิน

เธอชิงชังชั่งไร้     ปราณี
ฉันเจ็บเหน็บฤดี    ยิ่งแล้ว
หากเธอไม่รักจักหนี  ไกลห่าง
ยามค่ำคืนกลืนแห้ว   ห่อนรู้รสมัน

หากรักฉันมั่นให้      กลับหวน
มาต่อกลอนกวนกวน  อย่าแพ้
ใจใจหน่อยชักชวน    มาเล่น  ดังเคย
คงบ่ผิดหวังแน้      อย่าให้คอยนาน
พันทอง
 :202: :202:
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #19 เมื่อ: มิถุนายน 12, 2012, 07:38:39 pm »

หนาวพระพายห่มผ้า   หายหนาว
เดือนแจ่มวะวับวาว    ด่าวดิ้น
ผวยผืนขื่นระนาว     มาห่ม
ระล่ำระลักสิ้น  ถิ่นนี้ฤๅไฉน

ลมพัดหวนป่วนฟ้า   มาไว
กวัดแกว่งแสลงใจ   ไป่แคล้ว
คราลมป่วนฤทัย      คงไม่  ดีนา
เจ็บจิตจุกเสียดแล้ว  ห่อนรู้ฤทธิ์มัน

ขอวอนลมร่มแล้ว   พึงจร
จงอย่ามาวะวอน    เจ็บแท้
คะนึงซึ่งออนซอน  จริงแน่ เลยนา
คงบ่สนเป็นแหล้  จบสิ้นกันที
บันทึกการเข้า
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #20 เมื่อ: มิถุนายน 12, 2012, 08:38:46 pm »


หนาวลมเพียงห่มผ้า    ฤาหาย
หนาวแทรกซอนผิวกาย   สั่นเนื้อ
ห่มรักสิหนาววาย          จริงแน่
เอารักห่มโอบเอื้อ         เพื่อให้หายหนาว

55555    ได้บทเดียว  ดูขุนศึกดีกว่า   :150:



บันทึกการเข้า
imza
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #21 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2012, 10:10:08 am »
:124: :124: :124:
หนาวลมหากห่มผ้า    คงหาย
หนาวอกกกกอดกาย  เจ็บแท้
ยามรักจักหนีหาย      ตายแน่
จึงข่มจิตผิดแหล้      บ่ฮู้ใจตน

ยามยลโฉมโอ่อ้า      งามจริง
เหมือนกกกอดยอดหญิง นิ่งไว้
โฉมยงชั่งใสซิง       ดังเอ่ย
งามดั่งอนงค์ไท้     แน่งน้องนวลนาง
พันทอง
 182 182
บันทึกการเข้า
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #22 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2012, 06:52:13 pm »




หนาวลมเพียงห่มผ้า    คงหาย
แต่นี่ร้อนจะตาย         อ่าแล้ว
เหงื่อหยดเผาะประปราย   ซึมออก
แม้ห่าฝนตกไม่แคล้ว   ก็ร้อนแบบเดิม

พัดลมต้องเปิดไว้     ตลอดวัน
แอร์กี่หากมีมัน        ช่วยให้
ดับร้อนอกร้อนใจฉัน    ยามเปิด
นี่เปิดแต่พัดลมได้     ช่วยแก้ร้อนไฉน

ไยเธอจึงพร่ำเพ้อ     หนาวหนาว
ทั้งที่มันเป็นคราว      โลกร้อน
หรือว่าตากแอร์ยาว    ไปเล่า
ดูสิมันน่าค้อน           เขม่นแท้แม่คุณ



 :143: :143: :143: :143: :143:


บันทึกการเข้า
imza
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #23 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2012, 09:54:30 am »
180 180
หนาวใจจริงยิ่งแท้   นายเอย
หาอกใครกกเกย    บ่ได้
จึงจำจักตัดซะเลย  เอ่ยอ้าง
ถึงไม่มีมิไร้       อยู่ได้สบายแฮ

เพียงโอดครวญเล่นเล้น  เย็นทรวง
เจ็บหนักหักรักลวง     ยิ่งแท้
รอนรอนค่อนเคาะกลวง  เก็บกด
ขืนไม่บอกตายแน้     อกนี้คงพัง

คิดมากเกินจึ่งได้     บอกไป
นอนคร่ำครวญฤทัย  เจ็บเนื้อ
กังวนหนักหักใจ   แทบแย่
เหลือแต่ความดีเกื้อ  เพื่อให้ยืนยาว
พันทอง
 :194: :194:

บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #24 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2012, 02:54:48 am »
180 180
สายฝนเย็นฉ่ำชื้น   ทรวงใน
สายรักปักฤทัย     ไม่เว้น
ยามชังนั่งทำใจ   จริงแน่
เพียงแต่เมียงมองเล้น  จักได้เย็นทรวง

รักมือขวา จึ่งแห้ว    เลยเรา
หวงห่วงกลวงซึมเซา  อีกครั้ง
ยามฝืนจักทนเอา      นาพ่อ
เพียงแต่รอระรั้ง   ดั่งนั้นจึงตรอม
พันทอง
 197 197
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #25 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2012, 04:04:55 am »
88 88
ยามราตรีล่วงแล้ว    ทรามเชย
หลับสนิทจังเลย    เอ่ยอ้าง
จันทร์กระจ่างอกเอย   เลยล่วง
ไยจึ่งมาลาร้าง     ห่างน้องเป็นไฉน

เย็นพระพายก่ายเกี้ยว    เย็นใจ
เดือนเด่นเห็นรำไร       จับฟ้า
มินานเล่าเราจึง      จิตเปลี่ยว
เหลือบเล็งแลดวงหน้า  อกเต้นตูมตาม

อุษาสางสว่างแล้ว    ชวนมอง
แสงเด่นเป็นสีทอง    ผ่องแผ้ว
หวนคิดคำนึงหมอง    จงหนัก
ความรักหักหมดแล้ว   ไม่แคล้วตรอมตรม
พันทอง
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #26 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2012, 08:44:48 am »

อกเราเอยเหว่ว้า     อาวรณ์
ขาดคู่เรียงเคียงหมอน   ยิ่งร้าว
ขาดมิตรเปลี่ยวใจจร    นอนเจ็บ
เดินเดี่ยวหนอมันกร้าว    หนักเข้าใจพัง

อยากหาคนเกี่ยวก้อย     ดามใจ
แลบ่หันทางไป     มืดหน้า
ขอวอนท่านมาไว   รีบเร่ง
เกินที่จะควะคว้า   แน่แล้วฤๅเรา

หากตัดใจไป่ได้   คงดี
เจ็บจิตคิดเบือนหนี    ยิ่งแล้ว
นอนเดียวเหี่ยวกายี    นาพ่อ
สุดจักหาดวงแก้ว    แนบน้องเนานอน
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #27 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2012, 01:22:07 pm »

หยาดฝนโปรยร่วงฟ้า    มาดิน
มวลนกผกโผผิน      ถิ่นด้าว
แสงแลบแปลบชีวิน   หดหู่
ดังซู่งูหนูฟ้าว   หลบเร้นหนีตาย

เจ็บกายหมายบ่ายหน้า   ระรัว
เจ็บจิตมิดมืดมัว  หม่นไหม้
ลมแรงแช่งหวาดกลัว    ตัวสั่น
หนาวเหน็บเล็บจิกไซร้   ยิ่งใกล้เหงาทรวง

รวยรวยระรื่นริ้ว    เรืองนา
จิตจ่อมตรอมอุรา    แย่แล้ว
มีใครใคร่ไหมหนา   วานหน่อย
เพียงเพื่อเติมเสริมแคล้ว  จักแห้วยอมทน
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #28 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2012, 10:33:20 pm »

กายเอยเคยเหนื่อยล้า      เพียงใด
ทนกัดฟันฝืนใจ   ต่อสู้
ลำบากแต่ฤทัย   เต็มเปี่ยม
ขอเพื่อเพียงความรู้  ใส่ให้เติมเต็ม

พยายามไขว่คว้า    มาครอง
เจ็บจิตพิษเป็นหนอง    หม่นไหม้
ทนทุกข์คร่ำครวญหมอง   มองเหม่อ
จนแต่ใจเก็บไว้      อย่าได้ครวญคราง

หากกระทำไป่แล้ว     ยินดี
ยามหม่นหมองชีวี      นี่ไซร้
จงหนักแน่นแกนฤดี     นาพ่อ
ขืนขื่นขมตรมไหม้       จักช้ำใจกาย
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #29 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2012, 09:05:15 pm »
:123: :123: :123: :123:
รอเชียร์บอลแน่แท้   หนอเรา
ใครว่าหาซึมเซา     ไป่ได้
รักชอบเล่นเพียงเอา    สนุก
ขืนไม่หยุดฉุดไว้  อาจสิ้นประดาตัว

การพนันอย่าได้   ไปลอง
อกหักจักกลัดหนอง   แน่แท้
เสียทรัพย์ไม่สมปอง  หมองหม่น
พลาดอาจหาทางแก้  แย่แล้วเสียตังค์
พันทอง
 :123: :123: :123:
[
/size]
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: