ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หน้า: [1] 2 3 ... 5   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เขียนโคลง  (อ่าน 23836 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 11:03:16 pm »


เขียนโคลงต้องหมั่นซ้อม     ทุกวัน
ให้ถูกลัษณะฉันท์             ที่อ้าง
เจ็ดเอกสี่โทอัน-              เป็นหลัก
ผังท่านวางกว้างกว้าง         แบบเบื้องโบราณ

เขียนอ่านจนกว่าเข้า          ใจชัด
ควรหมั่นเพียรฝึกหัด          อย่าทิ้ง
ใจความอย่าให้ขัด             กันนัก  นาพ่อ
บรรเจิดเลิศเลอพริ้ง           เสร็จแล้วลองทวน

ใคร่ครวญลิขิตให้              เหมาะความ
จนกว่าจะงดงาม               เพียบพร้อม
ไหนผิดพยายาม              แก้ผิด
นี่เรียกว่าหมั่นซ้อม            ฝึกเช้าฝึกเย็น

อย่าเป็นเช่นกบโก้             ในกะลา
นึกโอ่มีวิชา                    เลิศขั้น
ผยองหยิ่งหนักหนา           เราเก่ง
พานปล่อยค่อยตกชั้น        ไม่รู้ตัวเลย

 217 217 217


โคลงบทนี้ไว้สอนตัวเอง ปล่อยจนฝีมือตกไปเยอะ 217




บันทึกการเข้า
imza
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 09:12:40 pm »
:202: :202:
พี่มือขวาแนะนำด้วยคะ

ฝีกเขียนเพียรเพื่อนพ้อง  ลองดู
ยังไม่เป็นเหมือนงู   ใฝ่รู้
จับจดจ่อรูปู          ยังอยู่
เห็นเด่นดังยังสู้    กู่ก้องมองงู

งูในรูสู่รู้          จริงจัง
ตกอยู่ในภวังค์   สั่งสู้
งูปูขู่มองหลัง     หวังกู่่
ขืนขู่รูงูผู้         เผ่นเพี้ยนเวียนรู
พันทอง
 :200: :200:
บันทึกการเข้า
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 10:05:49 pm »
:202: :202:
พี่มือขวาแนะนำด้วยคะ

ฝีกเขียนเพียรเพื่อนพ้อง  ลองดู
ยังไม่เป็นเหมือนงู   ใฝู่้
จับจดจ่อรูปู          ยังอยูู่่
เห็นเด่นดังยังสู้    กู่ก้องมองงู

งูในรูสู่รู้          จริงจัง
ตกอยู่ในภวังค์   สั่งสู้
งูปูขู่มองหลัง     หวังกู่่
ขืนขู่รูงูผู้         เผ่นเพี้ยนเวียนรู้
พันทอง
 :200: :200:


บ๊ะ  ไม่ทันไรเก่งแล้ว :143:  แต่ทว่า สัมผัสโคลงสี่สุภาพนั้นเขาไม่ได้เขียนอย่างนี้นะครับ
แต่ถ้าเขียนเล่นเป็นพิเศษ หรือบอกว่าเขียนเป็นกลบทอย่างใดอย่างหนึ่งพอได้  แต่ไม่ควรใช้ในกรณีทั่วไป เพราะจะทำให้ผู้แรกศึกษานั้นสับสน
ไม่ผิด เพราะไม่ได้มีข้อห้ามไว้แต่เรียกว่าเกิน


เขียนโคลงเพื่อบอกชี้   ความใน
เขียนเล่นลองแต่งไป    เท่านั้น
เขียนเขียนขีดเหลวไหล   ดูหน่อย
เขียนเพื่อเวียนเปลี่ยนขั้น   เขตรั้วคำโคลง

ใยโยงเชื่อมบทไว้        โดยคำ
ท้ายสุดบทก่อนนำ         ใส่เข้า
บาทแรกหนึ่ง-สามจำ      บทต่อ  มานา
เชื่อมบททวนค่ำเช้า        ห่อนได้กวดขัน


 :143: :143: :143: :143: :143: :143:

สัมผัสบังคับของโคลงสี่สุภาพที่ถูกต้องนั้นก็มีเท่าที่แสดงตัวอย่าง
คือตรงบริเวณ สีแดง  กับสีน้ำเงิน    ส่วนสีม่วงนั้นจะเป็นสัมผัสเชื่อมบท
ระหว่างบทก่อนกับบทหลัง  ซึ่งปกติโบราณท่านไม่ได้บังคับไว้  คือมีก็ได้ ไม่มีก็ได้
แต่ถ้าจะเขียนโคลงยาวเป็นเรื่องเดียวกันก็ควรจะมี   ส่วนสัมผัสอื่นๆนั้น
เช่นอาจจะเพิ่มสัมผัสของกลอนเข้าไป  เป็นเรื่องความชอบเฉพาะบุคคล
แต่ต้องระวังไม่ให้เฝือไปจนผู้ศึกษาจับหลักไม่ได้ หรือเกิดการเลียนแบบแบบผิดๆ
ผู้จะเขียนให้เป็นลักษณะพิเศษเฉพาะตัว  ควรหมายเหตุไว้ให้ผู้อ่านได้รู้ว่า
เป็นการแต่งแบบพิเศษเฉพาะตัว(เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้แรกศึกษาเกิดความเข้าใจผิดว่า
เป็นข้อบังคับที่ต้องกระทำตาม)



หมายเหตุ  ที่ใส่สีแดงกับใส่เส้นขีดทับเพื่อหมายให้รู้ว่า ไม่ควรใช้สระเสียงเดียวกันในบริเวณดังกล่าว
เพราะมันจะกลายเป็นสัมผัสที่เลือนไปจนแลดูเหมือนกันไปหมดแยกไม่ออกว่าตกลงตรงไหนคือสัมผัสกันแน่
(ข้อนี้สำหรับผู้รู้แล้วก็ไม่เท่าไหร่  แต่สำหรับผู้แรกศึกษาถ้าไม่มีคนให้คำแนะนำที่ถูกต้องอาจจะพาให้หลงผิดไปได้)


บันทึกการเข้า
imza
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 10:29:14 pm »





ตัวอย่างของโคลงที่เติมสัมผัสของกลอนเข้าไป  ซึ่งเป็นลักษณะความชอบเฉพาะตัวของผู้แต่ง
ไม่ได้เกี่ยวกับข้อบังคับในฉันทลักษณ์ของโคลงสี่สุภาพแต่ประการใด



รักเอยเคยชื่นชู้    เชยชม
ครั้งก่อนนอนกินลม   เล่นเย้า
ครานี้กลับระทม      หมองหม่น
รักกลับทำข้าเศร้า   โศกแล้วแรมลา

เธอคงเจอคู่ค้ำ       ชูใจ
ลืมหมดรสอาลัย      แห่งข้า
มีจิตคิดหลงใหล     ชายอื่น
เคียงคู่กัน,เราว้า-      เหว่ห้วงดวงกมลฯ



หมายเหตุ ตรงบริเวณที่เน้นสีแดง  คือการเพิ่มสัมผัสของกลอนเข้าไปภายในวรรค
              ส่วนตรงบริเวณสีน้ำเงินคือการเพิ่มสัมผัสระหว่างบทของกลอนเช่นกัน
              คือโยงคำสุดท้ายของบทก่อนมาสัมผัสสระกับคำสุดท้ายของบาทที่สองในโคลงบทถัดมา
              ซึ่งทั้งสองประการนี้ถือว่าไม่ใช่ฉันทลักษณ์ของโคลง เป็นแค่ความนิยมส่วนตัวของผู้แต่ง





บันทึกการเข้า
imza
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 10:39:15 pm »
180 180
ขอบคุณพี่มือขวาที่ชี้แนะจ้า

ขอขอบคุณช่วยชี้       แนะนำ
ยากยิ่งจริงหนอคำ    เอ่ยอ้าง
จำใจบ่นทนทำ         รำร่าย
ดาวเคลื่อนเลือนลาร้าง    ต่างเกื้อในครู
พันทอง
 :137: :137:

       
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 10:59:27 pm »
:123: :123:
แก้ตัวอีกสองบทจ้า

กรรมใดใครก่อเกื้อ  เกินกาล
คงบ่อสุขสำราญ   แน่แท้
คนบาปชั่งอาจหาญ  เนืองแน่น
ถูกแช่งชักจักแพ้   แน่แล้วกรรมเวร

พึงทำทานหว่านด้วย  เมล็ดพันธุ์
เกิดเรื่องมหัศจรรย์   ยิ่งแล้ว
ควรบอกต่อสุขสันต์  เพียงเพื่อ
ฝันใฝ่ตามติดแพ้ว   ต่างสร้างผลบุญ
พันทอง
 180 180
บันทึกการเข้า
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 11:45:42 pm »
:123: :123:
แก้ตัวอีกสองบทจ้า

กรรมใดใครก่อเกื้อ  เกินกาล
คงบ่อสุขสำราญ   แน่แท้
คนบาปชั่งอาจหาญ  เนืองแน่น
ถูกแช่งชักจักแพ้   แน่แล้วกรรมเวร

พึงทำทานหว่านด้วย  เมล็ดพันธุ์
เกิดเรื่องมหัศจรรย์   ยิ่งแล้ว
ควรบอกต่อสุขสันต์  เพียงเพื่อ
ฝันใฝ่ตามติดแพ้ว   ต่างสร้างผลบุญ
พันทอง
 180 180

เดี๋ยวจะหาว่าเอาแต่ติอย่างเดียว   ที่ดีก็มีคือ  เขียนโคลงได้ตรงตามผัง เอกเจ็ด  โทสี่  ไม่มีขาดไม่มีเกิน
ถือว่าเยี่ยมกว่าหลายๆคน   แม้ผมเองก็ยังมีเขียนขาดมั่ง  เกินมั่ง  วางเอกไว้ในตำแหน่งอื่นมั่ง เพราะถือว่า
ตำแหน่งบังคับนั้นใช้คำที่เป็นคำตายไว้แทนแล้ว   ฉะนั้นการเขียนโคลงแบบคุณพันทองนี้  ถือว่าเขียนได้
ถูกต้องตามผัง  นับเป็นตัวอย่างที่ดีได้   87



บันทึกการเข้า
imza
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 12:04:26 am »

การแต่งโคลงสีสุภาพ  แบบเอกเจ็ดโทสี  ตามผัง(แบบไม่ขาดไม่เกิน)


กรรมใดใครก่อล้วน    ตามสนอง
ทำชั่วคงผลิผอง        ชั่วให้
ทำดีส่อดีปอง           คอยส่ง  ผลนา
ดีชั่วอันทำไซร้          แน่แล้วคงคืน

ยืนยันสัตย์เที่ยงแท้    โดยธรรม
หาเปลี่ยนวกเวียนนำ    แต่น้อย
ทำดีอย่าคิดถลำ         ทางชั่ว
ดีส่งผลนับร้อย-           เท่าด้วยพันทวี


 245 245 245 245 245 245 217 แบบเป๊ะๆ


       
บันทึกการเข้า
imza
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 03:21:13 am »
เอกเจ็ดโทสี่

พูดถึงเรื่องการเขียนโคลงแบบ เอกเจ็ดโทสี่แล้วนึกได้ว่าเคยไปเห็นที่เว็บแห่งหนึ่งเขาเขียนแผนผังโคลงสีสุภาพไว้ดังนี้


กากากาก่าก้า     กากา  (สร้อย)
กาก่ากากากา     ก่าก้า
กากาก่ากากา     กาก่า  (สร้อย)
กาก่ากากาก้า     ก่าก้ากากาฯ


ในตำแหน่งที่ปรากฏวรรณยุกต์ เอกโท นั้น  คือแผนผังบังคับว่าต้องมี เอก โท  ในตำแหน่งดังกล่าว
โดย ตำแหน่งบังคับวรรณยุกต์เอกนั้น  สามาถใช้คำตาย  ที่สะกดด้วยแม่ กก  แม่กบ  แม่กด  และคำสระเสียงสั้น เช่น  อะ อิ  อุ  เอะ  โอะ  แทนได้
ส่วนตำแหน่งที่ระบุวรรณยุกต์โท  ต้องใช้วรรณยุกต์โทเท่านั้น ไม่สามารถใช้คำอื่นแทนได้


ตัวอย่างโคลงที่เขียนแบบ เอกเจ็ด  โทสี่  เต็มๆ


๐เสียงลือเสี่ยเล่าอ้าง    อันใด   พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร      ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับใหล       ลืมตื่น  ฤาพี่
สองพี่นึกเองอ้า        อย่าได้ถามเผือฯ


                                                    (ลิลิตพระลอ)




ตัวอย่างโคลงที่เขียนโดยใช้คำตายแทน วรรณยุกต์เอกในตำแหน่งบังคับ


นาคีมีพิษเพี้ยง       สุริโย
เลื้อยบ่ทำเดโช       แช่มช้า
พิษน้อยหยิ่งโยโส    แมลงป่อง
ชูแต่หางเองอ้า     อวดอ้างฤทธีฯ(โคลงโลกนิติ)

กละออมเพ็ญเพียบน้ำ   ฤาติง
โอ่งอ่างพร่องชลชิง      เฟื่องหม้อ
ผู้ปราชญ์ห่อนสุงสิง      เยียใหญ่
คนโฉดรู้น้อยก้อ          พลอดนั้นประมาณฯ(โคลงโลกนิติ)

พระสมุทรสุดลึกล้น      คณนา
สายดิ่งทิ้งทอดมา        หยั่งได้
เขาสูงอาจวัดวา          กำหนด
จิตมนุษย์นี้ไซร้        ยากแท้หยั่งถึงฯ(โคลงโลกนิติ)


(ตรงบริเวณที่เน้นสีแดง  คือแสดงถึงตำแหน่งที่ใช้คำตายมาแทนคำที่มีวรรณยุกต์เอก)





บันทึกการเข้า
imza
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 03:52:40 am »




วางวรรณยุกต์เอกผิดตำแหน่ง ?


ยามกินไม่คิดล้ม      ตัวนอน
ยามหลับนั่งอาวรณ์    กับข้าว
มันผิดจากที่สอน      กันมาก
คงเพราะเรื่องรักร้าว   เหตุนี้กระมัง ?
                       (ตัวอย่าง)



        จากโคลงตัวอย่างข้างบน จะเห็นได้ว่า ในตำแหน่งที่บังคับให้ใช้คำที่มีวรรณยุกต์เอก(เน้นสีน้ำเงิน)ผู้แต่งไม่ได้ใช้คำที่เป็นวรรณยุกต์เอก
กลับใช้แค่คำตายที่ถือแค่เป็นตัวอนุโลมให้ใช้แทนเท่านั้น   แต่กลับไปมีคำที่มีวรรณยุกต์(สีแดง)ไปโผล่ในจุดอื่นแทนจนดูโดดเด่นสะดุดตา
(ลักษณะคล้ายๆ  ตำแหน่งที่บังคับให้ใช้ไม่ใช้  ไพล่กลับไปใช้ในตำแหน่งอื่นที่ไม่ได้บังคับ  อธิบายง่ายๆก็คือ ที่ๆบังคับไม้เอกแต่กลับ
ใช้แค่ตัวสำรอง  แต่ตำแหน่งที่ไม่ได้บังคับกลับไปใช้ตัวจริง  ดังนี้มันก็เลยมองดูเสมือนหนึ่งวางวรรณยุกต์ไว้ผิดตำแหน่ง)
         ที่จริง  เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ข้อห้ามหรือเสียหายอะไร ในเมื่อตำแหน่งบังคับนั้นได้ใช้คำตายลงแทนวรรณยุกต์เอกไปแล้ว(ซึ่งโบราณท่านให้ใช้แทนกัน)
เพียงแต่ปัญหามันอยู่ที่ ตำแหน่งจริง(บังคับ)กลับใช้ตัวสำรอง   แต่ตัวจริงกลับไปโผล่ในตำแหน่งที่ไม่ได้บังคับ  มันก็เลยมองดูเหมือนไปโผล่ผิดที่
แต่ถ้าถามว่า แล้วมันผิดอะไรมากมั้ย แต่งแบบนี้(แบบข้างบน)ก็คงตอบว่าไม่ผิด  เพราะใครๆก็แต่งแบบนี้ได้ทั้งนั้น  ในเมื่อปฏิบัติถูกต้อง
ตามข้อบังคับก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร  เพียงแต่เขียนไว้เป็นข้อสังเกตเท่านั้น

 217 217 217 217 217 217 229 229 :143:









บันทึกการเข้า
imza
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 04:23:58 am »

ตัวอย่าง โคลงพิเศษบางบทที่ไม่ได้เป็นไปตามกฏที่ว่าด้วย เอกเจ็ดโทสี่


ไม้ล้มควรข้ามได้          โดยหมาย
คนล้มจักข้ามกราย        ห่อนได้
ทำชอบชอบห่อนหาย    ชอบกลับ  สนองนา
ทำผิดผิดจักให้            โทษแท้ถึงตนฯ
                                (โคลงโลกนิติ)


๏ เห็นใดจำให้แน่      นึกหมาย
ฟังใดอย่าฟังดาย      สดับหมั้น
ชนม์ยืนอย่าพึงวาย    ตรองตรึก ธรรมนา
สิ่งสดับทั้งนั้น         ผิดเพี้ยนเป็นครู๚ะ๛





นี้เป็นตัวอย่างโคลงพิเศษบางบทที่หาได้เป็นไปตามกฏที่ว่าด้วย เอกเจ็ด โทสี่ไม่
แต่ควรดูไว้เพื่อเป็นกรณีศึกษา





บันทึกการเข้า
imza
Orion264(มือขวา)

******

กำลังใจ: 3268
กระทู้: 864



« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 05:11:59 am »

เขียนโคลงโดยไม่สนเรื่อง เอกเจ็ดโทสี่


เดินเดินไปสะดุดที่     หัวตอ
ตอฝากเสี้ยนตำดอ     ป่นปี้
เลือดไหลหยดแดงหนอ  เลือดสาด
ทำแผลด่วนเลยพี่      ถ้าช้าถึงตาย

ไปคลีนิคเพื่อหา      หมอนัช
หวังให้เธอกำจัด       แผลร้าย
เห็นเธอจับเราวัด       ขนาด
ใส่ยาแล้วใช้ด้าย      ช่วยเย็บแผลเรา

หลายวันแผลเราแห้ง     หายดี
แต่คิดถึงหมอทุกที       ก็เศร้า
แอบรักเลยอยากตี       สนิท
เลยเชือดแขนตัวเข้า      ข้ออ้างพบหมอ

ตัดใจบอกรักหมอ        นัชชา
หมอหมั่นไส้เลยปา      ด้วยมีด
โดนแผลเก่าจนสา-       หัสมาก
เราเจ็บเลยร้องวี้ด         สลบล้มคาเตียง

คุณหมอเลยจับน้อง   ชายตอน
โยนเป็ดอิ่มเอมอร       หมดเกลี้ยง
จากนั้นมานั่งถอน-       ใจหน่าย
หวังได้ชายมาเลี้ยง        เพื่อใช้ทำผัว



หมายเหตุ  โคลงนี้แต่งเล่นสนุกๆเท่านั้น ผู้สนใจศึกษาไม่ควรถือเอาเป็นเยี่ยงอย่าง




บันทึกการเข้า
imza
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2012, 01:32:51 pm »
:202: :202:
คำนึงถึงจึ่งรู้    ใจตน
มัวแต่คิดวกวน   อยู่ได้
รักจึงอย่าสับสน  นาแม่
มองไม่เห็นทางไซร้   แน่แท้ฤๅไฉน

รักใครเขาไม่ได้   รักตอบ
จึงบ่อสมประกอบ   แน่แล้ว
ขืนครวญคร่ำอาจมอบ  ใครอื่น
จึ่งรอคอยสอยแห้ว  อย่างนี้นานมา
พันทอง
 :202: :202:
บันทึกการเข้า
panthong

*******

กำลังใจ: 3322
กระทู้: 1116


« ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2012, 10:44:23 am »
:202: :202:
สงสารแพงเพื่อนชี้   เราเอง
อยากย่าศึกนึกเกรง   เบ่งผู้
จึงจำขู่ละเลง         ทุกเมื่อ
เพียงเพื่อหวังกอบกู้  ชื่อนั้นคืนมา

มีรักปักกร่อนแท้    ทรวงใน
มิผ่อนปรนอันใด    ไป่รู้
ยึดถือมั่นวันไหน    หาไม่ มีแล้ว
คงป่นไปใครอู้     กู่ร้องเรียกถาม
พันทอง
 :123: :123:
บันทึกการเข้า
จ.รัตติกาล

*

กำลังใจ: 36
กระทู้: 7


อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2012, 01:56:45 pm »
ทิวากาลผ่านพ้น......ล่วงเลย
ใจนะใจเจ้าเอ๋ย......โศกเศร้า
ราตรีก่อนเคยเชย......ชู้ชื่น
แต่ค่ำนี้สิ้นเค้า......กลิ่นคุ้น กรุ่นหวนฯ

โอ้เนื้อนวลหลบลี้......หนีไกล
ฤๅพี่ผิดอันใด......เล่าน้อง
พี่จะอยู่อย่างไร......เจ้าจาก
โปรดกลับนะขอร้อง......พี่ช้ำ เหลือแสนฯ

สีนิล
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 5   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: