ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 10:32:19 am 
เริ่มโดย ภ.ภาพวาด - กระทู้ล่าสุด โดย ภ.ภาพวาด


เพื่อนรัก
-----------

ความสุข อยู่นี่ ตรงนี้แหละ
กระแซะ ประชิด ผูกมิตรใกล้
มีเรา เพื่อนกัน มันอุ่นใจ
ยิ้มให้ ยิ้มรับ ประทับตรึง
.
แม้ทุกข์ อยู่นี่ ตรงนี้ด้วย
ต่างช่วย ต่างเห็น เป็นที่พึ่ง
ต่างคน กระชับ จับมือดึง
เป็นหนึ่ง แน่นเหนียว เกี่ยวร่วมกัน
.
เชื่อใจ ในเพื่อน เหมือนพี่น้อง
มุมมอง ต่างบ้าง อย่างสร้างสรรค์
ผิดแนะ แก้ไข ไม่ดึงดัน
ผูกพัน สนิทสนมมา
.
ภ.ภาพวาด
จ.๑๕.๐๕.๒๕
.

 2 
 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 10:19:49 am 
เริ่มโดย ภพ-ภควา - กระทู้ล่าสุด โดย ภพ-ภควา



























 3 
 เมื่อ: กันยายน 22, 2017, 02:42:19 pm 
เริ่มโดย อโศกน้ำ - กระทู้ล่าสุด โดย อโศกน้ำ


~วิถีบุญ~

เรียบเรียงร้อย...ถ้อยศิลป์กวินวาท
อักษรศาสตร์สัญลักษณ์สืบศักดิ์ศรี
เสริมศรัทธาสาธุสดุดี
องค์มุนีน้อมจิต...บูชิตคุณ

พินิจนึก...ตรึกตรองครรลองเลิศ
ศัพท์ประเสริฐสื่อธรรมมุ่งนำหนุน
เพาะผลผลิริเริ่มต่อเติมทุน
บำเพ็ญบุญบารมี...เชิดชีวัน

พจน์พิสุทธิ์...พุทโธมโนน้อม
ประพฤติพร้อมพัฒนะทางสวรรค์
เหตุอธรรมกรรมชั่วมิพัวพัน
ทุกข์โทษทัณฑ์ทิ้งห่าง...หยุดย่างกราย

เริ่มจากจิต...คิดเห็นประเด็นชอบ
ตามระบอบบรรเจิดชีพเฉิดฉาย
ย้ำดำริวิศิษฐ์ผ่องพริษฐ์พราย
รู้ละอายอกุศล...บาปมลทิน

อีกวาจา...พาทีวลีเล่า
อย่าสะเพร่าเผลอพล่ามคำหยามหมิ่น
พูดแต่ดีมีสัจสวัสดิ์ยิน
จำเริญจินต์แจ่มแจ้ง...แถลงความ

สุดท้ายหรือ...คือย้ำกระทำถูก
พากเพียรปลูกเปี่ยมล้นกุศลสาม
ทานศีลไซร้ให้เพิ่มต่อเติมตาม
ทุกนิยามอย่าละ...ภาวนา

จบพจน์แพร้ว...แก้วกานท์สื่อสาส์นส่ง
เทิดธำรงรัตนะศาสนา
รจเรขเสกสรรด้วยปัญญา
ซึ้งถึงค่าความดี...วิถีชน

บุญรักษากัลยาณมิตร
อโศกน้ำ
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท

 4 
 เมื่อ: กันยายน 21, 2017, 09:14:03 am 
เริ่มโดย ภพ-ภควา - กระทู้ล่าสุด โดย ภพ-ภควา




 5 
 เมื่อ: กันยายน 18, 2017, 09:12:25 am 
เริ่มโดย ภ.ภาพวาด - กระทู้ล่าสุด โดย ภ.ภาพวาด


ก็แค่กงจักร
-------------

มันก็แค่ความผิดที่เผลอโง่
เลยต้องโชว์น้ำตามาให้เห็น
มันก็แค่ความรักที่เลือดเย็น
เลยต้องเป็นคนจบและเจ็บไป
.
มันก็แค่เท่านี้แค่นี้หละ
ขอเวลาสักระยะเพื่อแก้ไข
ปรับระดับความรู้สึกของหัวใจ
เพื่อเริ่มใหม่ก้าวต่อและเติบโต
.
มันก็แค่เท่านั้นกับคนนั้น
ไม่สำคัญควรค่าแม้โมโห
ที่รักไปแค่เปลืองใจหลงมโน
อพิโธ่!เห็นกงจักรทักว่าบัว
.
ภ.ภาพวาด
อา.๒๓.๐๔.๒๕๖๐
www.rukklon.com

 6 
 เมื่อ: กันยายน 16, 2017, 05:53:11 pm 
เริ่มโดย ภพ-ภควา - กระทู้ล่าสุด โดย ภพ-ภควา
✽ ฝ่ายพระหน่อนฤเบศร์เกศกษัตริย์            ดึกกำดัดยามสองยิ่งหมองหมาง
เผยพระแกลแลชมนภาภางค์                      จันทร์กระจ่างส่องฟ้าสุราลัย
พระดูเดือนเหมือนวงนลาฏน้อง                   สัมผัสผ่องพาจิตพิสมัย
รื่นรื่นกลิ่นลำดวนรัญจวนใจ                         เหมือนเข้าใกล้กลิ่นนางเมื่อกลางวัน
ให้เคลิ้มเคล้นเห็นเงาเสาตำหนัก                  ว่านงลักษณ์ลงขยับไปรับขวัญ
ไฉนน้องมองเมียงอยู่เพียงนั้น                     ขอเชิญขวัญเนตรนั่งบัลลังก์รัตน์
แล้วเคียงเข้าเล้าโลมนางโฉมฉาย                 พระกรกรายกอดเสาเข้าถนัด
เห็นผิดนางหมางฤทัยให้ฮึดฮัด                    จะใคร่ตัดเสาสับให้ยับเยิน
ได้ยินพราหมณ์สามคนเข้าหัวร่อ                   ในใจคอคิดอายระคายเขิน
ทำเหลียวแลแก้เก้อไปตามเกิน                    ชม้ายเมินเมียงมาศาลากลาง
แกล้งลดเลี้ยวเที่ยวเดินดูไม้ดัด                    สารพัดสรรใส่ในกระถาง
พระเพ่งพิศคิดถึงคะนึงนาง                        ไม่เสื่อมสร่างอารมณ์สมประดี
เสียงจักจั่นจิ้งหรีดวะหวีดแว่ว                       เหมือนเสียงแก้วเกษรามารศรี
เที่ยวผันแปรแลหาแล้วพาที                        ขึ้นมานี่เถิดนะเจ้าเยาวมาลย์ ฯ


 ✽ ทั้งสามพราหมณ์ตามมองเห็นน้องรัก          ละล่ำละลักลุ่มหลงน่าสงสาร
เข้าเคียงข้างทางปลอบประโลมลาน                พ่อเที่ยวป่านนี้ไยไม่ไสยา ฯ


 ✽ ศรีสุวรรณนั้นยังกำลังหลง                       คิดว่าองค์มิ่งมิตรขนิษฐา
ประโลมรูปรับขวัญจำนรรจา                          วาสนาเราทั้งสองเคยครองกัน
พราหมณ์หัวร่อพ่อแปลกพี่แล้วเหรือ                พระหดมือเมินพักตร์แล้วผินผัน
ทำแก้เก้อเออพี่ที่ตรงนั้น                             ปีศาจมันหลอนข้าตาวาววาว ฯ

 ✽ เจ้าพราหมณ์ว่าน่ากลัวแล้วหัวร่อ                พี่เห็นต่อจะเป็นผีสตรีสาว
ประจำองค์อนุชามาแต่เช้า                           จนดึกราวสองยามมาตามกวน ฯ


✽ เจ้าโมราว่าผีไม่มีดอก                          ที่หลอนหลอกนั่นแหละเงาเจ้าของสวน
พอพรุ่งนี้พี่จะบนต้นลำดวน                        ให้ช่วยชวนชาววังมาดังใจ ฯ


✽ พระฟังคำทำเมินดำเนินหนี                     มานั่งที่แท่นทองอันผ่องใส
เห็นสามพราหมณ์ตามมาจึงว่าไป                  ประหลาดใจจริงน้องเหมือนต้องมนต์
ให้เห็นเขาเจ้าของห้องตำหนัก                     มาถามทักแล้วก็หายไปหลายหน
พี่เอ็นดูฉันด้วยช่วยกันค้น                           นฤมลจะมาแฝงอยู่แห่งไร ฯ


✽ พราหมณ์ฟังเห็นยังเฟือนช่วยเตือนน้อง       เจ้าของห้องมิได้มาอย่าสงสัย
พี่บอกแล้วไม่เชื่อนั้นเหลือใจ                       หนักอะไรจะเหมือนรักหนักอุรา
หลงอะไรจะเหมือนหลงทรงมนุษย์                 ที่โศกสุดเศร้าแสนเสน่หา
จนลืมตัวมัวหมองเพราะต้องตา                     ต้องตรึกตราตรอมจิตเพราะปิดความ
บุราณว่าถ้าเหลือกำลังลาก                          ให้ออกปากบอกแขกช่วยแบกหาม
แม้นพ่อบอกออกบ้างไม่พรางความ                 จะเป็นล่ามแก้ไขให้ได้การ ฯ


✽ พระฟังปลอบชอบชื่นค่อนฝืนพักตร์            กำลังรักลืมอายหมายสมาน
จึงว่าพี่มีปัญญาปรีชาชาญ                           ช่วยคิดอ่านอนุกูลอย่าสูญใจ
เหมือนหนึ่งน้องต้องศรเสียบสลัก                   จะฉุดชักก็ไม่อาจจะหวาดไหว
พี่ช่วยถอนศรโศกที่เสียบใจ                         น้องจะได้ผ่อนพ้นทนทรมา ฯ


✽ เจ้าพราหมณ์ว่าอย่าทุกข์ไปเลยพ่อ             นางนกต่อของเรามีดีนักหนา
พรุ่งนี้เช้าเขาคงจะออกมา                            พ่อพูดจาฉอเลาะให้เราะราย
จะสอนสั่งสิ่งเดียวเกี้ยวผู้หญิง                       ถ้าถึงจริงก็มักช้าประดาหาย
ให้หวานหวานไว้สักหน่อยค่อยสบาย               นี่แยบคายเจ้าชู้แต่บูราณ
พ่อรู้แต่งหนังสืออยู่หรือไม่                           จงแก้ไขคิดกลอนอักษรสาร
แม้นตอบต่อก็พอเห็นจะเป็นการ                     อันพวกฉานนี้ไม่วางนางพี่เลี้ยง
แต่กีดขวางอย่างเดียวหรอกเดี๋ยวนี้                  ด้วยหญิงสี่ชายสามเป็นความเถียง
พ่อโปรดด้วยช่วยเปรียบให้เรียบเรียง                ใครจะเคียงควรคู่กับผู้ใด ฯ


✽ พระแย้มยิ้มพริ้มพรายภิปรายตอบ               พี่ว่าชอบชี้ทางสว่างไสว
ทำไมกับกาพย์กลอนอย่าร้อนใจ                    จะว่าให้ปลื้มจิตพระธิดา
อันชายสามหญิงสี่นี้ก็ยาก                             จับฉลากนั้นแลพี่ดีนักหนา
สำรวลพลางทางหยิบกลีบจำปา                      เอานขาเขียนหนังสือเป็นชื่อนาง
แล้ววางไว้ให้สามพราหมณ์พี่เลี้ยง                  เจ้าพราหมณ์เสี่ยงทายขอที่คู่สร้าง
หยิบจำปามาพลิกขึ้นอ่านพลาง                      เจ้าวิเชียรได้นางจงกลนี
ดูฉลากเลขาเจ้าสานน                                 ได้โฉมตรูอุบลรัศมี
ที่ของเจ้าโมราประภาวดี                               เหลือแต่ศรีสุดาน่าเสียดาย
ต่างหัวเราะเยาะหยอกว่านอกส่วน                   เราก็ควรจะประมูลทูลถวาย
แล้วสรวลเสเฮฮาประสาชาย                           พระยิ้มพรายอายใจด้วยไม่เคย
จนยามสามพราหมณ์เตือนให้ไสยาสน์               พระขึ้นอาสน์อิงแอบแนบเขนย
นึกประดิษฐ์คิดกลอนไม่นอนเลย                      พอลงเอยก็พอแจ้งแสงตะวัน
ให้ปั่นป่วนชวนพราหมณ์ทั้งสามพี่                    ไปอยู่ที่ต้นลำดวนในสวนขวัญ
คอยพี่เลี้ยงแลหาปรึกษากัน                           เกษมสันต์สมคะเนด้วยเล่ห์ลม ฯ


✽ ฝ่ายพี่เลี้ยงพระธิดาเวลารุ่ง                        ต่างบำรุงราสีนั่งหวีผม
ค่อยสะกิดกรีดกริบตะไกรคม                           แล้วนุ่งห่มต่างต่างละอย่างกัน
เรียกบ่าวถือหีบหมากออกจากฉนวน                  พอถึงสวนสายแสงพระสุริย์ฉัน
แกล้งส่งเสียงเคียงคลอจรจรัล                         ทำเชิงชั้นกรีดกรายชม้ายเมียง
พอทั้งสามพราหมณ์แลประสบพักตร์                 ชิงกันทักเยาวมาลย์ประสานเสียง
เชิญมานี่หน่อยเถิดคะพระพี่เลี้ยง                     ร่มพุมเรียงราบเลี่ยนเตียนสบาย ฯ


 ✽ ทั้งสี่นางต่างคำนับนั่งพับเพียบ                    ได้ระเบียบอยู่มิให้สไบขยาย
แล้วต่างยิ้มแย้มพลางทางภิปราย                      หม่อมสบายอยู่ด้วยกันหรือฉันใด
ฉันอยู่หลังตั้งแต่เสด็จกลับ                              นอนไม่หลับหลากจิตคิดสงสัย
พ่อพราหมณ์น้อยพลอยเจ็บเป็นไข้ใจ                 เคราะห์กระไรร้ายรวบประจวบกัน
แม้นหม่อมมีหยูกยาเมตตาด้วย                        เหมือนชุบช่วยชีวานิชาฉัน
ถ้าตลอดรอดฝั่งได้ดังนั้น                               จะส่งขวัญข้าวหมอให้พอการ ฯ


✽ พี่เลี้ยงยิ้มพริ้มพรายชม้ายค้อน                   ทำเสียงอ่อนอนิจจาน่าสงสาร
จะทูลขอหมอหลวงมาอยู่งาน                         แต่อาการเป็นอย่างไรจะใคร่รู้ ฯ


✽ เจ้าพราหมณ์น้อยนึกสะเทินแล้วเมินหน้า       จะพูดจามิใคร่ได้ให้อดสู
พี่เลี้ยงเตือนเชือนแลชำเลืองดู                       ต่อเป็นครู่แล้วจึงตอบว่าขอบใจ
อันโรคของน้องนี้ไม่มีแผล                            ให้เป็นแต่ขัดข้องไม่ผ่องใส
กลางคืนหนาวเช้าร้อนอ่อนฤทัย                      แม้นหม่อมไม่ชุบช่วยคงม้วยมิด
ถ้าทูลขอหมอหลวงได้เหมือนว่า                     เห็นโรคาจะค่อยคลายสบายจิต
แม้นแก้ไขไม่ตายวายชีวิต                            ไม่ลืมคิดคุณพี่ทุกวี่วัน ฯ


✽ ทั้งสี่นางต่างว่าน่าสงสาร                         ช่างอ่อนหวานวอนวิงทุกสิ่งสรรพ์
วิบากกรรมจำเพาะเป็นเคราะห์ครัน                  จนพวกฉันพลอยผิดเพราะปิดบัง
เมื่อวานนี้พระธิดาออกมาเล่น                        แลเขม้นเหมือนจะเถือเอาเนื้อหนัง
จึงกริ้วโกรธกลับไปเสียในวัง                         แล้วตรัสสั่งให้ขอเฝ้าเข้ามาค้น
ฉันทูลแกล้งว่าจะมาสาภิภักดิ์                        นางโฉมยงทรงซักเอาเหตุผล
ว่าลูกเมียหม่อมมีสักกี่คน                            ฉันก้จนจึงมาถามพ่อพราหมณ์น้อย
แม้นพรั่งพร้อมยอมอยู่เป็นขอเฝ้า                   จะให้เข้าเวรไว้ได้ใช้สอย
หรือมีห่วงบ่วงใยใครจะคอย                          มาหยุดพักสักหน่อยแล้วจะไป ฯ


 ✽ ศรีสุวรรณชั้นเชิงฉลาดแหลม                    ทำยิ้มแย้มเยื้อนว่าอย่าสงสัย
ฉันพี่น้องท้องเดียวมาเที่ยวไกล                    อันห่วงใยยังไม่มีทั้งสี่คน
หมายพระนุชบุตรีเป็นที่พึ่ง                           คิดรำพึงสารพัดจะขัดสน
เสด็จมาเที่ยวเล่นเห็นชอบกล                        นฤมลมองหาสุมาลี
ฉันเด็ดได้ดอกรักจักถวาย                            นางชม้ายเมียงเมินดำเนินหนี
เสียน้ำใจเจ็บมาแต่ราตรี                              เดี๋ยวนี้พี่ว่าจะช่วยค่อยชื่นใจ
ช่วยทูลองค์พระธิดาว่าดีฉัน                          จะผูกพันพึ่งพักจนตักษัย
ซึ่งโฉมยงทรงระแวงแคลงฤทัย                      ฉันจะให้ทัณฑ์บนไปจนตาย
พระว่าพลางทางตัดใบตองอ่อน                     มาเขียนกลอนกล่าวประโลมนางโฉมฉาย
จนลงเอยอ่านต้นไปจนปลาย                        ไม่คลาดคลายถูกถ้วนแล้วม้วนตอง
เอาโศกแซมแกมรักสลักหนาม                      เหมือนบอกความรักนางว่าหมางหมอง
พี่เลี้ยงรับพับใส่ไว้ในซอง                            แล้วว่าน้องหวังพี่เป็นที่อิง
ทุกวันนี้มีผ้าจำเพาะผืน                               ถ้ากลางคืนหนาวก็ได้แต่ไฟผิง
ถ้าแม้นหม่อมกรุณาเมตตาจริง                      ช่วยว่าวิงวอนทูลพระธิดา
ประทานสีที่ห่มมาชมสวน                            ควรมิควรขอประทานซึ่งโทษา
แล้วถอดธำมรงค์ครุฑบุษรา                          ฝากถวายพระธิดาวิลาวัณย์ ฯ


✽ พี่เลี้ยงรับแหวานน้อยชม้อยยิ้ม                 เห็นหงิมหงิมลิ้นลมช่างคมสัน
จึงแกล้งว่าช้าสักสองสามวัน                         ถ้าแม้นฉันได้ช่องจะลองทูล
ปรารถนาผ้าผ่อนแต่เพียงนี้                          เห็นท่วงทีก็จะได้คงไม่สูญ
ค่อยอยู่เถิดฉันจะลาอย่าอาดูร                      ได้กราบทูลแล้วจะออกมาบอกความ
แล้วสี่นางต่างจัดซองสลา                            ทอดผ้าป่าเรียงวางไว้กลางสนาม
พลางยิ้มพรายชายตาลาเจ้าพราหมณ์              เรียกบ่าวตามกลับหลังเข้าวังใน ฯ

 7 
 เมื่อ: กันยายน 16, 2017, 11:07:43 am 
เริ่มโดย ภพ-ภควา - กระทู้ล่าสุด โดย ภพ-ภควา






















 8 
 เมื่อ: กันยายน 16, 2017, 10:47:29 am 
เริ่มโดย ภ.ภาพวาด - กระทู้ล่าสุด โดย ภ.ภาพวาด


จบกัน เท่านั้นเอง
----------------------------

ลาแล้วรัก..อักษรสิ้นอ้อนหวาน
อีกไม่นานลืมลง..คงว่างเปล่า
ใช้เวลาเยียวยารักษาเอา
จักหายเศร้า..สดใส..ขอให้ทน
.
ที่คุ้นเคย..แต่นี้เลย..แค่เคยคุ้น
รักหมดลุ้นเปลี่ยนทางอ้างเหตุผล
หลากถ้อยคำความหมายคงว่ายวน
เราสองคนจบกันเท่านั้นเอง!
.
ภ.ภาพวาด
..
..
**กลอนบทนี้เป็นกลอนแต่งตอบกลอนเล่น เลยเอามาโพสต์ เพราะคิดเริ่มกลอนเองไม่ค่อย ออก555
.
อ.๑๑.๐๔.๒๕๖๐

 9 
 เมื่อ: กันยายน 14, 2017, 10:10:17 am 
เริ่มโดย ภพ-ภควา - กระทู้ล่าสุด โดย ภพ-ภควา




 10 
 เมื่อ: กันยายน 13, 2017, 11:33:52 am 
เริ่มโดย ภ.ภาพวาด - กระทู้ล่าสุด โดย ภ.ภาพวาด


อย่าโยนทุกข์คุณไป..ให้ใครแบก
อย่าได้แลกสุขชื่น..ผู้อื่นเศร้า
อย่าได้ปัดปัญหา..มาสู่เรา
อย่าได้เอาตัวรอด..ทอดทิ้งกัน
..
ภ.ภาพวาด

หน้า: [1] 2 3 ... 10